นายประชา งามรัตนกุล รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตรัง
ภารกิจสอดส่องปัญหาเตาเผาขยะ อปท.
“ทุกวันนี้ เมื่อมีปัญหา ก็จะย้ายสถานที่ติดตั้งเตาเผาขยะ ทั้งๆ ที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าสาเหตุของปัญหาคืออะไร ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่ทราบว่า การเผาขยะต้องมีสัดส่วนของขยะเปียกและขยะแห้ง ที่ต้องสมดุลกัน จึงจะเผาไหม้ได้ดี ไม่ทำให้เกิดควัน ซึ่งเป็นปัญหามลพิษตามมา จึงอยากให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัด ช่วยประสานในเรื่องนี้ด้วย เพื่อให้มีการบริหารจัดการขยะที่ดี ถูกต้องตามหลักวิชาการก่อนย้ายสถานที่ติดตั้งเตาเผาขยะ”
ตามที่คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตรัง (ก.ธ.จ.ตรัง) ได้กำหนดแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 โดยให้มีการประชุม ก.ธ.จ.ตรัง อย่างไม่เป็นทางการ ( นอกรอบ ) จำนวน 6 ครั้ง และเดินทางไปติดตามสอดส่องงาน / โครงการในพื้นที่ จำนวน 9 ครั้ง ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตรัง อย่างไม่เป็นทางการ ( นอกรอบ ) เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้กำหนดให้เชิญหน่วยงานรับผิดชอบโครงการก่อสร้างศูนย์บริการจัดการขยะพร้อมเตาเผาขยะ ที่ใช้งบประมาณประจำปี พ.ศ. 2557 - 2560 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเข้าร่วมประชุม ก.ธ.จ.ตรัง อย่างไม่เป็นทางการ ( นอกรอบ ) เพื่อสอบถามผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรค วางแผนสอดส่องโครงการฯ ดังกล่าวต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการฯ และมติที่ประชุมดังกล่าว ประธาน ก.ธ.จ.ตรัง ได้มอบหมายให้รองประธาน ก.ธ.จ.ตรัง จัดให้มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ ( นอกรอบ ) ครั้งที่ 7 / 2560 เพื่อสอดส่องโครงการดังกล่าว
นายประชา งามรัตนกุล รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ในที่ประชุมมีการรับฟังปัญหาและแนวทางการดำเนินงานต่างๆเกี่ยวกับการแก้ปัญหาขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่ละแห่งซึ่งตัวแทนได้สะท้อนปัญหาและการดำเนินการให้ที่ประชุมทราบอย่างละเอียด ทั้งนี้สรุปสุดท้ายที่ประชุมอยากให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)จังหวัดตรัง จัดทำข้อมูลสรุปการบริหารจัดการขยะของ อปท.ว่า ตั้งเป้าหมายลดขยะในแต่ละเดือนเท่าใด และได้ลดปริมาณขยะลงไปเท่าไร ความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว เมื่อเทียบกับเป้าหมายการกำจัดขยะ
นายประชา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังขอให้ อปท.ไปตกลงกันว่า ความต้องการเตาเผาขยะในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 จะมีการปรับเปลี่ยนลักษณะเตาเผาขยะเป็นไปตามที่มีการวิเคราะห์ปัญหากันหรือไม่ เช่น ปล่องควันสั้นไป ประตูเตาเผาเล็กไป และสูงเกินกว่าที่คนไทยจะป้อนขยะเข้าเตาเผา / พื้นที่ไม่เหมาะกับภาคใต้ ต้องมีหลังคาโปร่งแสง เป็นต้น
“สำหรับปัญหาหลักของการบริหารจัดการขยะ ที่ได้รับการสะท้อนในที่ประชุมนั้นมีหลายด้านประกอบไปด้วย ด้านการบริหารจัดการ หากผู้บริหาร อปท.ให้ความสำคัญก็จะมีประสิทธิภาพ สถานที่ติดตั้งเตาเผาขยะบางแห่งยังไม่เหมาะสม การคัดแยกขยะจากครัวเรือน มีความสำคัญมากต่อการจัดการขยะ รูปแบบเตาเผาขยะตั้งแต่ปี 2557 – 2560 สรุปแล้วเป็นชนิดเดียวกัน ซึ่งส่วนนี้ข้อมูล ไม่ตรงกับที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยฯ ได้เคยรายงานต่อที่ประชุม ก.ธ.จ.ตรัง นอกรอบ ว่าได้ปรับปรุงพัฒนาขึ้นมาแล้ว ซึ่งมีบางแห่งยังไม่ได้เปิดใช้งาน”
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ติดตามการติดตั้งเตาเผาขยะของ อปท.แต่ละแห่ง พบว่า เตาเผาปี 2559 ยังไม่ได้เปิดใช้ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาหลักอยู่ที่กระบวนการจัดการ แต่หากผู้ใช้มีความเข้าใจและปฏิบัติอย่างถูกต้อง ก็จะเกิดความคุ้มค่า ซึ่งแต่ละ อปท.ต้องไปบริหารจัดการให้ได้ประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า อย่างแท้จริง ซึ่งควรมีการเก็บข้อมูลจากประสบการณ์การใช้งานมาพัฒนา ต่อยอดต่อไป ซึ่งจากการดูทิศทางการพัฒนาจังหวัดตรังแล้ว การบริหารจัดการขยะคงต้องดำเนินการต่อไป เนื่องจากทุกตำบลกำลังพัฒนา และมีการขยายสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งจึงมีความจำเป็น และปัญหาที่สำคัญคือ การบริหารจัดการซึ่งจังหวัดมี อปท.ต้นแบบในเรื่องนี้อยู่แล้ว เช่น เทศบาลตำบลห้วยนาง เทศบาลตำบลท่างิ้ว เป็นต้น หากทำตามมาตรฐานถูกหลักวิชาการ ก็จะไม่มีปัญหา
นายประชา ยังสะท้อนปัญหาให้ฟังว่า ทุกวันนี้ เมื่อมีปัญหา ก็จะย้ายสถานที่ติดตั้งเตาเผาขยะ ทั้งๆ ที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าสาเหตุของปัญหาคืออะไร ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่ทราบว่า การเผาขยะต้องมีสัดส่วนของขยะเปียกและขยะแห้ง ที่ต้องสมดุลกัน จึงจะเผาไหม้ได้ดี ไม่ทำให้เกิดควัน ซึ่งเป็นปัญหามลพิษตามมา จึงอยากให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัด ช่วยประสานในเรื่องนี้ด้วย เพื่อให้มีการบริหารจัดการขยะที่ดี ถูกต้องตามหลักวิชาการก่อนย้ายสถานที่ติดตั้งเตาเผาขยะ สำหรับการทำประชาคมชาวบ้าน ควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นกระบวนการนี้ก่อนอนุมัติให้ติดตั้งเตาเผาขยะทุกแห่ง โดยต้องผ่านประชาคมชาวบ้านก่อน ส่วนกรณีควรตั้งงบประมาณสำหรับการจัดซื้อเตาเผาขยะในปีต่อไปหรือไม่ จะมีการสรุปข้อเสนอแนะให้จังหวัดทราบต่อไป
“ที่ประชุมเห็นว่า บาง อปท.ได้ใช้เตาเผาขยะอย่างคุ้มค่า เพราะมีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งผู้บริหาร อปท.มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ซึ่งสถานที่ตั้งเตาเผาขยะมีความสำคัญ บางแห่งไปติดตั้งในที่ไม่เหมาะสม ก็จะเกิดปัญหาตามมา เพราะเกิดมลพิษกับประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว ส่วนเรื่องปลีกย่อย เช่น ลานตากขยะ ปล่องควัน สามารถแก้ไขได้ สำหรับเรื่องการคัดแยกขยะจากต้นทาง ครัวเรือน นับว่าเป็นปัญหาสำคัญยิ่ง หากสามารถทำได้ จะมีประโยชน์มาก”
สำหรับมาตรการตามแผนปฏิบัติการ “ตรังสะอาด ปราศจากขยะ ด้วย 3 Rs ” ได้ดำเนินการ ดังนี้ จัดประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการขยะฯให้ อปท.ทุกแห่ง จัดทำป้ายรณรงค์การลด คัดแยก และการใช้ประโยชน์จากขยะ โดยเน้นหลัก 3 ช. คือ ใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ จัดทำคู่มือแผ่นพับประชาสัมพันธ์การคัดแยกขยะในชุมชน/หมู่บ้าน แจกจ่ายให้ อปท.ทุกแห่ง นำไปรณรงค์ต่อไป
จังหวัดตรัง มีศูนย์รวบรวมขยะอันตราย ที่เทศบาลเมืองกันตัง 1 ศูนย์ และ มีหมู่บ้าน / ชุมชนต้นแบบในการบริหารจัดการขยะ จำนวน 154 หมู่บ้าน/ชุมชน คิดเป็นร้อยละ 17.93 ( 859 หมู่บ้าน/ชุมชน ) และ มีไลน์เฉพาะในการบริหารจัดการขยะ ซึ่งขณะนี้ สามารถลดปริมาณขยะได้ 3.91% จากเป้าหมาย 5% โดยให้ทุก อปท.บันทึกข้อมูลลงในระบบสารสนเทศของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อประมวลผลในภาพรวมว่า ในแต่ละ อปท.มีข้อมูลขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอิเล็กทรอนิกส์เท่าไร ซึ่งจะสามารถแยกออกมาได้ว่า ขยะชนิดใดเอากลับไปใช้ได้ ชนิดใดต้องเอาไปกำจัด ซึ่งข้อมูลดังกล่าว จะอยู่ในระบบ สามารถเรียกดูได้
ทองขาล กัณหาจันทร์ / ตรัง