“บิ๊กตู่” ลุยแก้ภัยแล้งบุรีรัมย์ ชื่นชมชาวบ้านอุทิศที่ดินขุดคลองผันน้ำเติมอ่างผลิตประปาเลี้ยงคนเมือง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ติดตามแก้ปัญหาภัยแล้งที่บุรีรัมย์ พร้อมมอบเกียรติบัตรชื่นชมราษฎร 120 คนเสียสละอุทิศที่ดินส่วนตัวให้ทางการขุดลอกทำคลองผันน้ำจากลำปะเทีย เติมอ่างห้วยตลาด เพื่อใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยง ปชช.และเขตเศรษฐกิจเมือง เผยอนุมัติงบแก้ภัยแล้งไปแล้วบางส่วน
เมื่อเวลา 14.10 น. วันนี้ (19 ส.ค.62) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาตรวจติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง พร้อมแนวทางบริการจัดการน้ำ และแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก โครงการชลประทานบุรีรัมย์ ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
โดยทันทีที่นายกฯ เดินทางมาถึงก็ได้เดินโบกมือทักทายพร้อมชูสัญลักษณ์ “ไอเลิฟยู” ให้กับประชาชนที่มารอต้อนรับด้วยสีหน้าที่สดชื่นอารมณ์ดี โดยมีนายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนจากทั้ง 23 อำเภอ มาร่วมต้อนรับกว่า 5,000 คน จากนั้นได้รับฟังประวัตินกกะเรียนพันธุ์ไทย เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์บ้านสวายสอ ต.สะแกโพรง อ.เมือง ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะขึ้นไปยังหอชมนก เพื่อตรวจสภาพอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในพื้นที่
หลังจากนั้นนายกฯ ก็ได้ฟังบรรยายสรุปสถานการณ์การขาดแคลนน้ำ, แหล่งน้ำสำคัญในพื้นที่จากผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนจะมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับราษฎร จำนวน 120 ราย ที่เสียสละอุทิศที่ดินส่วนตัวให้กับทางกรมชลประทาน เพื่อขุดคลองผันน้ำจากลำปะเทีย อ.ละหานทราย มาเติมยังอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด อ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อใช้ในการผลิตประปาบริการประชาชน และเขตเศรษฐกิจสำคัญในตัวเมืองบุรีรัมย์ เนื่องจากแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาทั้ง 2 อ่าง มีปริมาณต่ำไม่เพียงพอผลิตประปาได้ตลอดหน้าแล้ง
พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวขณะขึ้นเวทีพบปะประชาชนว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ทางภาคอีสานประสบปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากสภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งรัฐบาลก็กำลังเร่งแก้ไขปัญหา โดยได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการโครงการต่างๆ ไปแล้วหลายจังหวัด ซึ่งในส่วนของ จ.บุรีรัมย์ ก็ได้อนุมัติงบประมาณในการดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคได้พอสมควร
ทั้งยังย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูในเรื่องการบริหารจัดการน้ำด้วยว่า หากปีไหนมีน้ำปริมาณมากที่อาจจะหลากท่วมในพื้นที่ต่างๆ ก็จะต้องหาวิธีกักเก็บน้ำดังกล่าวไว้ เพราะหากปล่อยทิ้งไปช่วงหน้าแล้งก็ไม่รู้จะเอาน้ำจากไหนมาเติม ทั้งนี้ยังได้กล่าวชื่นชมราษฎรทั้ง 120 คน ที่เสียสละอุทิศที่ดินส่วนตัวเพื่อให้ทางราชการได้ทำคลองผันน้ำ ไปเติมอ่างเก็บน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนส่วนร่วม ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี อยากให้หลายๆ พื้นที่นำไปเป็นแบบอย่าง
ทั้งนี้ ก่อนนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับยังได้เดินไปทักทายและขอบคุณประชาชนที่มาร่วมให้การต้อนรับ พร้อมทั้งได้ถามประชาชนว่า “สู้ไม่สู้” ประชาชนก็ตะโกนตอบว่า “สู้สู้” ก่อนจะขึ้นรถ