นครพนม ล่าหนุ่มแสบ เติมน้ำมันไม่จ่ายเงิน ขับรถหนี

ภูมิภาค17 ต.ค. 2565 • 07:09 น.
นครพนม ล่าหนุ่มแสบ เติมน้ำมันไม่จ่ายเงิน ขับรถหนี

นครพนม เจ้าของปั้ม โร่แจ้งตำรวจ ล่าหนุ่มแสบ ขับเก๋งมาจอดเติมน้ำมัน เต็มถัง เกือบ 2 พันบาท ก่อนชักดาบขับหนีไม่จ่ายเงิน พนักงานปั้มเชื่อเจตนาโกง ดูจากพฤติกรรมฉวยโอกาสช่วงเก็บหัวจ่าย ก่อนขับหนีออกจากปั้ม วอนสำนึกผิดกลับมารับผิดชอบ พร้อมให้อภัย เตือนภัยสังคมรูปแบบใหม่ ตำรวจเร่งแกะรอยจากวงจรปิด

            เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ อ.นาแก จ.นครพนม ได้มี นายธนาวุฒิ ตงศิริ อายุ 42 ปี เจ้าของปั้มน้ำมัน ปตท. ในนาม หจก.สุริยันต์ พวงเพชร ตั้งอยู่ติดถนน สกล - นาแก ฝั่งมุ่งหน้าไปยัง จ.สกลนคร เขตบ้านหนองเรือทอง ต.บ้านแก้ง อ.นาแก จ.นครพนม เยื้องโรงพยาบาลอำเภอนาแก เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับ ร.ต.อ.ปรีชา โสมา รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาแก พร้อมนำหลักฐานภาพบันทึกเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดในปั้มน้ำมัน ออกมาเผยแพร่ เป็นหลักฐานให้ตำรวจ เร่งสืบสวน แกะรอยติดตามจับกุมคนร้าย กรณีมีชายหนุ่ม รูปร่างท้วม ผิวคล้ำ ผมสั้น มาจอดรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอน รุ่นสามห่วง ไม่ทราบเลขทะเบียน แต่พบว่าไม่ติดป้ายทะเบียนหลัง มาจอดเติมน้ำมัน ภายในปั้ม ช่วงเวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2565 โดยสั่งให้พนักงานเติม น้ำมัน เบนซิน 95 เต็มถัง รวมเป็นเงิน จำนวน 1,700 บาท แต่ขณะพนักงานเก็บหัวจ่ายน้ำมัน ได้ขับรถหลบหนีออกจากปั้มโดยไม่จ่ายเงิน แต่ทางเจ้าของปั้มน้ำมัน มีภาพวงจรปิดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ขอให้ตำรวจมีการสืบสวนติดตรามจับกุม มาดำเนินคดี ตามกฎหมาย เชื่อเป็นการเจตนา

            ด้าน นายวรวุฒิ เหล่าทะนนท์ อายุ 32 ปี พนักงานปั้มน้ำมัน เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุ ได้มีชายลักษณะท้วม ผิวคล้ำผมสั้นรองทรง ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นสามห่วง สีบรอน ป้ายทะเบียนด้านหน้าติดแบบเอียงลงพื้น เลยไม่สามารถจำหมวดอักษร และตัวเลขได้ ส่วนป้ายทะเบียนท้ายไม่ติด จากนั้นได้สั่งให้เติมน้ำมันเต็มถัง อ้างว่าสแกนจ่ายผ่านมือถือ ตนจึงได้เติมน้ำมัน เบนซิน 95 ให้เต็มถัง จำนวนเงินรวม 1,700 บาท พอเก็บหัวจ่าย ยังไม่ทันปิดฝาถัง แต่คนขับรถเก๋งรีบขับรถหลบหนี ออกไปจากปั้ม โดยยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่ทำพฤติกรรมแบบนี้ แต่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด อย่างไรก็ตามฝากให้คนก่อเหตุ กลับมารับผิดชอบ หากสำนึกผิด หรือไม่มีเจตนา เพราะทางปั้มพร้อมให้อภัย หากนำเงินมาชดใช้ แต่เชื่อว่าจากพฤติกรรม มั่นใจว่าเจตนา และอาจเป็นมิจฉาชีพที่เคยก่อเหตุมาก่อน ฝากเตือนภัยส่งคม และวอนตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี หวั่นก่อเหตุซ้ำอีก