ผู้ว่าฯน่าน ย้ำขอความร่วมมือประชาชนห้ามจุดไฟเผาทุกชนิดในที่โล่งจนกว่าจะเข้าฤดูฝน

ภูมิภาค30 มี.ค. 2562 • 05:07 น.
ผู้ว่าฯน่าน ย้ำขอความร่วมมือประชาชนห้ามจุดไฟเผาทุกชนิดในที่โล่งจนกว่าจะเข้าฤดูฝน
สถานการณ์ค่าฝุ่นละอองที่ปกคลุมทั่วจังหวัดน่านพุ่งขึ้นต่อเนื่อง อยู่ในระดับสีแดง อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน มานานกว่า 2 เดือน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกอาคาร หรือหากจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน ทั้งนี้สาเหตุหลักมาจากเกิดไฟป่าในหลายพื้นของจังหวัดน่าน โดยตั้งแต่วันที่ 1 – 29 มีนาคม พบจุดความร้อนเกิดขึ้น 884 จุด พื้นที่เผาไหม้ 97,414 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่เขตป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ โดยวันนี้ 30 มีนาคม 2562 ตรวจวัดฝุ่นละอองอยู่ในระดับสีแดง ที่สถานีตรวจวัดอากาศ สำนักงานเทศบาลเมืองตรวจวัดค่าฝุ่นขนาดเล็ก PM10 ได้ 146 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบ 118 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่สถานีตรวจวัดอากาศ ตำบลห้วยโก๋น อ.เฉเฉลิมพระเกียรติ ตรวจวัดค่าฝุ่นขนาดเล็ก PM10 ได้ 194 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบ 163 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยนายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า สถานการณ์หมอกควันไฟป่าขณะนี้ค่อนข้างรุนแรงกว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาว่า ทั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่ปีนี้ตรงกับวงรอบปรากฎการณ์เอลนีโญ่ ที่ส่งผลให้เกิดความร้อน และแล้งจัด ฝนตกช้ากว่าที่คาดการณ์ และปริมาณเชื้อเพลิงในป่าที่สะสมมานาน อีกทั้ง บริบทพื้นที่จังหวัดน่านนั้นกว่าร้อยละ 80 เป็นป่า และเกษตรกรรม และพบยังมีชาวบ้านที่ยังไม่ตระหนักปัญหา ลักลอบเข้าเผาป่าเพื่อล่าสัตว์ป่าและหาของป่า และเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งบางพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน ยากลำบากในการเข้าถึง ประกอบกับกำลังเจ้าหน้าที่ และอุปกรณ์ดับไฟที่ไม่เพียงพอ จึงทำให้บางพื้นที่ควบคุมไฟได้ และบางพื้นที่ควบคุมไฟไม่ได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงอันตรายมากเกินไป ซึ่งจังหวัดน่านนั้นได้บูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เข้ามาเป็นอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน ในการออกรณรงค์ห้ามเผา และ ช่วยกันเฝ้าระวังเหตุไฟไหม้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทำให้สามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันความเสียหายจากไฟไหม้ และลดปริมาณควันไฟได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ยังต้องขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเหตุไฟป่า ขอให้รีบแจ้งหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่เพื่อช่วยกันระงับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และขอความร่วมมือประชาชนงดเผาในที่โล่งแจ้งจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาหมอกควัน ค่าฝุ่นละอองที่เป็นอันตราย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ภาคธุรกิจ และท่องเที่ยวเที่ยวอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ดี ได้ห่วงใยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟป่า ที่ต้องเสี่ยงอันตรายเข้าไปดับไฟ เตรียมตั้งกองทุนสาธารณภัย เปิดระดมทุน เพื่อใช้ในการสนับสนุน การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เนื่องจากลำพัง งบประมาณส่วนกลางที่ผ่านทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีไม่เพียงพอ และมีข้อจำกัดในการบริการจัดการ ซึ่งการตั้งกองทุนขึ้นมาสามารถที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการได้มากขึ้น โดยเฉพาะระดับพื้นที่ที่ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นแกนหลักสำคัญในการทำงาน