ตร.เร่งเคลียร์คดีนายทุนทวงหนี้โหดคุณยายเร่งสอบผู้เสียหายเพื่อออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหา
คืบหน้านายทุนโหดทวงหนี้หลานสาวไม่ได้มาบังคับให้ถอดสร้อยคอทองคำพร้อมกับบังคับให้เซ็นใบรับสาภาพหนี้แทนแถมจะยึดวัวในคอก ด้านผกก.เตรียมออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฏหมาย
จากกรณี เมื่อวานนี้(29 ส.ค.65) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากคุณยายสุบิน อายุ65ปีบ้านเลขที่7/3ม.7ต.ตรึมอ.ศีขรภูมิจ.สุรินทร์ ว่าเมื่อเวลาประมาณ14.30น.ว่า ได้มีนายทุนเงินกู้มาทวงหนี้ โดยมีการข่มขู่ต่างๆ นานา ดังที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (30 ส.ค.65) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง สภ.บ้านหนองจอก ต.คาละแมะ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว โดย พ.ต.อ.เสฎฐกรณ์ สมัยจารุวัฒน์ สารวัตรใหญ่.สภ.บ้านหนองจอก กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีสั้นๆว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างทำการสอบปากคำคุณยายผู้เสียหาย เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงแล้วก็จะออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฏหมายต่อไป ทั้งนี้ หลังจากที่ได้รับทราบข่าวตนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้จัดประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่และได้เข้าไปตรวจสอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกับสอบถามผู้ร้องทุกข์หาหลักฐาน
สำหรับพยานของผู้เสียหายซึ่งในขณะนี้พอทราบแล้วว่าเป็นใครและจะออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนถ้าหากว่ามีความผิดดั่งที่ผู้ร้องก็จะต้องตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ด้าน นางบุญชิต อายุ 46 ปี ลูกสาวขอคุณยายสุบิน ผู้เสียหาย และเป็นแม่ของนางสาวอภิญญา ผู้ที่ไปกู้ยืมเงินจากนายทุนเงินกู้ดังกล่าว กล่าวว่า เห็นลูกสาวบอกว่า เจ้าหนี้จะปล่อยให้กฏหมายจัดการ ดำเนินคดีกับตนเองตามกฎหมาย เรื่องที่เขาอัดคลิปเสียงตนว่าตนเองจะไม่ยอมใช้หนี้เขา จะจัดการตนเองกับพี่ชาย เห็นเขาลงเฟซบุ๊กว่ามีแต่พวกขี้โกง ซึ่งเราไม่เคยโกงใคร ลูกสาวไม่ได้โกง เขาก็จะหาชดใช้หนี้อยู่แล้ว และยังบอกอีกว่าเรื่องเล็กอย่าทำให้เป็นรื่องใหญ่ เขาเช่าบ้านอยู่ที่ อ.สำโรงทาบ แต่บ้านเกิดจริงไม่รู้อยู่ที่ไหน
ส่วนคนที่มาด้วยที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจนั้น ตนก็ไม่ทราบว่าเป็นตำรวจอยู่ที่ไหน จริงหรือไม่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับลูกสาวตนเองมันไม่เกี่ยวกับยายซึ่งเป็นแม่ของตนเองแกไม่รู้เรื่องอะไรในระหว่างที่พูดคุยนั้นทางนายทุนก็อัดคลิปเอาไว้ลงเฟสประจานต่างๆ นาๆ พร้อมกับจะขู่ฟ้องตนเองกับแม่บอกว่าเรื่องแค่นี้จิ๊บๆตั้งทนายเอาไว้แล้วเตรียมตัวขึ้นศาลได้เลยซึ่งตนเองก็ไม่ทราบจุดประสงค์ของนายทุนคนดังกล่าว ต้องการอะไร
โดย นางบุญชิต ยังบอกอีกว่าจริงๆแล้วลูกสาวของตนเองนั้นเคยคบค้าสมาคมกันมานานแล้วกับนายทุนคนดังกล่าวตั้งแต่ปี2562และเงินทองก็หยิบยืมกันมาตลอดและระยะหลังลูกสาวไปกู้เงินมาจากนายทุนคนดังกล่าวจำนวน 80,000 บาท โดยส่งเป็นรายวันวันละ1,300 ต่อวัน และพอขาดส่ง 2 วันทำให้นายทุนไม่พอใจจึงได้พาเพื่อนและผู้ชายที่อ้างว่าเป็นตำรวจมาด้วยและข่มขู่ต่างๆนาๆจนกระทั่งขอเพิ่มจากวันละ1, 300 บาทเป็น 1,500 บาทพอไม่ส่งนายทุนคนดังกล่าวก็มาหาแม่ของตนเองและเป็นคุณยายของลูกสาวโดยบังคับให้เซ็นต์ใบสารภาพหนี้พร้อมกับจะยึดรถของตนเองภายในบ้านและวัวในคอกของคุณยายเอาไปซึ่งตนเองเห็นว่ามันไม่ถูกต้องเลยร้องกับสื่อเพื่อขอความเป้นธรรมและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการให้ถึงที่สุด