อธิบดีพช.ปลื้มชุมชนเกาะกูดทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น-เลี้ยงผึ้งชันโรง พร้อมชื่นชม“ชุมชนท่าระแนะ”
อธิบดีพช.ปลื้มชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จ.ตราด ชูภูมิปัญญาชุมชนเกาะกูดทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น-เลี้ยงผึ้งชันโรง พร้อมชื่นชม“ชุมชนท่าระแนะ” รักษาป่าชายเลน อายุกว่า 100 ปี ชี้เป็นแหล่งเรียนรู้ท่องเที่ยวเชิงนิเวศอุดมสมบูรณ์
เมื่อวันที่ 22 เม.ย.นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) และคณะฯลงพื้นที่เยี่ยมชมความสำเร็จของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และหมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยว ตำบลเกาะกูด จังหวัดตราด โดยอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่ากลุ่มพัฒนาอาชีพชุมชน หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะกูด จังหวัดตราด ประสบความสำเร็จในการทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น และการเลี้ยงผึ้งชันโรง ซึ่งเป็นสินค้า OTOP ของชุมชน เป็นภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้าน ส่วนชุมชน “บ้านคลองเจ้า”เต็มไปด้วยวิถีชีวิต เพราะชาวบ้านมีความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม แม้ว่าเกาะกูดจะกลายเป็นที่ท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้น แต่ชุมชนยังคงรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีเอาไว้อย่างเหนียวแน่น มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันฉันพี่น้อง ทั้งยังมีการบริหารจัดการภายในชุมชนอย่างแข็งแกร่ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ด้วยการรวมตัวจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อผลิตสินค้า OTOP จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว เกิดเป็นรายได้กระจายไปยังคนในชุมชน อีกทั้งยังมีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ไว้เป็นแหล่งเงินทุนให้กู้ยืมไปประกอบอาชีพอีกต่างหาก การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนทำให้บ้านคลองเจ้า ได้ร่วมกันจัดเส้นทางการท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในบ้านคลองเจ้า
จากนั้นอธิบดีพช.และคณะได้เยี่ยมชมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ชุมชนท่าระแนะ หมู่ที่ 2 ตำบลหนองคันทรง อำเภอเมืองฯ จังหวัดตราด จุดชมธรรมชาติ (บนฝั่ง) พร้อมกล่าวว่า ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ ขนาดใหญ่ 2,000 ไร่ อายุกว่า 100 ปี แต่ละต้นมีขนาดใหญ่มาก เป็นแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ชาวบ้านได้อาศัย ผืนป่าแห่งนี้ทำมาหากิน จับปู ปลา กุ้ง หอย ประมาณ 10 ปีมาแล้ว จนกลายอัศจรรย์ป่าชายเลน 1 ใน สถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งจังหวัดตราด ความมหัศจรรย์อยู่ตรงที่การนั่งเรือไปลานตะบูน 10 นาที เราจะผ่านช่วงป่าในคลองถึง 3 ป่า คือ ป่าโกงกาง ป่าจาก และป่าตะบูน ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเราได้เข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์
“ที่บ้านท่าระแนะแห่งนี้ ได้มีการดำเนินแบบวิถีนิเวศป่าชายเลน และฟื้นฟูประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในการเป็นศูนย์กลางท่าเรือสำเภาจีน ขณะที่ทางชุมชนได้นำเสนอ “สปาเจ๊ก” เพื่อสืบสานวัฒนธรรมชนพื้นเมืองตราดเชื้อสายจีนและสมุนไพร โบราณต่างๆที่พ่อค้าชาวจีนโบราณแล่นเรือใบมาสรรหาที่เมืองตราด เพื่อนำไปขาย มีการฟื้นฟูเรือใบที่สานจากต้นคันทรง ปัจจุบันวิกฤต มีจำนวนลดน้อยลง ทำให้เครื่องจักสาน จากใบคันทรง มรดกภูมิปัญญาของชาวท่าระแนะสูญหายไปให้กลับคืนมา”
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ขับเคลื่อนและให้การสนับสนุน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการ “ระเบิดจากข้างใน” มาเป็นแนวทางการดำเนินงาน จนสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้และเห็นผลการขับเคลื่อน นับเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ของการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว และการพัฒนาOTOP ช่วยในการลดความเหลื่อมล้ำให้กับสังคม
“กรมการพัฒนาชุมชนได้สนับสนุนให้ชุมชนที่มีความพร้อม มีสินค้า OTOP และมีทุนหรือเสน่ห์ชุมชนที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น เสนอเป็นหมู่บ้าน ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ OTOP ที่โดดเด่น วิถีชีวิตอัตลักษณ์ ทุนทางวัฒนธรรม ทรัพยากรทางธรรมชาติของชุมชน” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าว