'กินเจ'บุรีรัมย์วันแรกคึกคักแม้ผักแพงเท่าตัว เหตุน้ำท่วมต้องปรับราคาขึ้น 10 บาท
เทศกาลกินเจที่บุรีรัมย์วันแรก แม้งดนั่งทานตามมาตรการป้องกันโควิด ยังมีประชาชนมาเข้าคิวซื้อหิ้วกลับบ้านคึกคักเกินคาด ด้านแม่ค้าโอดปีนี้ผักบางชนิดที่เป็นวัตถุดิบหลักประกอบอาหารเจแพงขึ้นเท่าตัวเนื่องจากแหล่งเพาะปลูกหลายจังหวัดน้ำท่วม จึงปรับราคาขายขึ้นจาก 30 เป็น 40 บาท
วันที่ 26 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศเทศกาลกินเจ ที่ทางเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ร่วมกับชมรมร้านอาหารจังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้น ที่บริเวณถนนพิทักษ์ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ว่า เป็นการรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาบริโภคผัก ผลไม้ และลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ซึ่งนอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งในการลดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแล้ว การบริโภคผัก ผลไม้ ยังเป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกาย ช่วยให้ปลอดจากโรคภัยต่างๆ ที่เกิดจากการบริโภคอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ หรือไขมันอีกด้วย
สำหรับบรรยากาศวันแรกมีประชาชนมาเข้าคิวรอซื้ออาหารเจปรุงสำเร็จ ที่ร้านค้าต่างๆ ในจังหวัดมาร่วมจำหน่ายในงานมากกว่า 10 ร้าน คึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ถึงแม้ปีนี้จะงดให้นั่งรับประทานที่หน้าร้านเป็นปีที่สอง ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 แต่ประชาชนก็ยังพากันซื้อใส่ถุง หรือภาชนะที่เตรียมมากลับไปรับประทานที่บ้านอย่างคึกคัก โดยงานเทศกาลกินเจจะมีไปจนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2565 นี้
โดย แม่ค้าขายอาหารเจ บอกว่า เทศกาลกินเจปีนี้เป็นปีที่สองที่ให้งดนั่งรับประทานที่ร้าน ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าจะเงียบเหงาเพราะไม่ให้นั่งทาน แต่พอเปิดขายวันแรก กลับมีประชาชนมาเข้าคิวรอซื้อคึกคักตั้งแต่ตี 5 ซึ่งเกินจากที่คาดการณ์ไว้ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต่างดีใจ เพราะตอนแรกคิดว่าจะขายไม่ได้
ซึ่งแม่ค้าคนเดิมยอมรับว่า ปีนี้ราคาพืชผักบางชนิดที่เป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหารเจปรุงสุกขายมีราคาแพงขึ้นเท่าตัว สาเหตุเนื่องจากแหล่งเพาะปลูกพืชผักหลายจังหวัดเกิดน้ำท่วม ทางพ่อค้าแม่ค้าจึงจำเป็นต้องปรับราคาขายขึ้นด้วยเช่นกัน จากก่อนหน้านี้ขายถุงละ 30 บาท ก็ปรับเพิ่มเป็น 40 บาท โดยอาหารใส่ถุง ใส่ปิ่นโต ราคา 40 บาท อาหารราดข้าว 1 อย่าง ราคา 40 บาท อาหารราดข้าว 2 อย่าง ราคา 50 บาท แต่ลูกค้าก็เข้าใจในภาวะที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังอุดหนุนคึกคัก ภายใต้มาตรการในการป้องกันโควิด-19 ที่ทางผู้ประกอบการค้าและลูกค้าที่จะมาจับจ่ายซื้ออาหารเจในงานจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา