คดีฟ้องร้องมรดกเป็นเหตุให้ช่างซ่อมรถ​ วัย​ 70​ แขวนคอลาโลก

ภูมิภาค17 ส.ค. 2563 • 15:07 น.
คดีฟ้องร้องมรดกเป็นเหตุให้ช่างซ่อมรถ​ วัย​ 70​ แขวนคอลาโลก
คดีฟ้องร้องมรดกเป็นเหตุให้ช่างซ่อมรถ​ วัย​ 70​ แขวนคอลาโลกที่กาญจนบุรี​ ก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ​ เขียนข้อความลาตายขอโทษลูกสาวและญาติๆ​ ส่งออนไลน์ให้ลูกสาว เชื่อ ความตายคือทางออกที่ดีที่สุด​ หลังถูกอดีตน้องเขย​ ฟ้องศาลขอแบ่งสมบัติ​ ด้านลูกสาวเผย​ พ่อก่อนฆ่าตัวตาย​ เครียดมาก​ บ่นให้ฟังตลอดว่า​ ถูกอดีตสามีของน้องสาวที่ตายไปแล้ว​ ฟ้องร้องขอแบ่งมรดกที่ดินที่ป้าที่ตาย​ไปแล้ว เขียนพินัยกรรมมอบมรดกให้พ่อเป็นผู้จัดการมรดก​ เรื่องเกิดมา​ 3-4​ ปีแล้ว อยู่ๆ​ อดีตน้องเขยซึ่งน้องสาวที่เสียชีวิตก็ตั้งทนายฟ้องขอแบ่งสมบัติ​ ทำให้พ่อเครียด​ คาดสาเหตุที่แขวนคอตายเพราะเครียดเรื่องดังกล่าว เวลา​ 10.00​ น.ของวันที่​ 17​ ส.ค.63​ พ.ต.ท.สุคนธ์​ รัสเอี่ยม​ สารวัตรเวรสอบสวน​ สภ.ท่าม่วง​ จ.กาญจนบุรี​ ได้รับแจ้งจากตำรวจสายตรวจตำบลวังศาลา​ อ.ท่าม่วงฯ​ ว่ามีคนผูกคอตายที่อู่ซ่อมรถริมถนนแสงชูโตสายเก่าฝั่งตรงข้าม​หน้าวัดโพธิ์ศรีสุขาราม​ หรือวัดโพธิ์เลี้ยว​ หมู่​ 3 ต.วังศาลา​ อ.ท่าม่วงฯ​ หลัวรับแจ้งจึงประสานแพทย์เวร​ รพ.สมเด็จพระสังฆราช​ องค์ที่​ 19​ ร่วมกับมูลนิธิมิราเคิล​ ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนรัตนาวุธ)​กาญจนบุรี​ ให้เดินทางมาร่วมชันสูตรพลิกศพ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุหหน้าอู่ซ่อมรถยนตต์ชื่ออู่เล็กการช่างพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายสูงอายุ​ ผมบน ศีรษะขาวโพลนใช้เชือกไนล่อนสีขาวผูกลำคอกับกิ่งไม้ใกล้ๆ​ หน้าบ้านในสภาพศีรษะหงายไปทางด้านหลัง จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ​ ช่วยกันนำร่างลงมาให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพพบว่า​ ตามร่างกายไม่มีบาดแผล​ หรือร่องรอยการถูกทำร้าย​ สาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ​ เสียชีวิตมาแล้ว​ ประมาณ​ 2-3​ ชม. สอบสวนปากคำ​ นส.นพมาศ​ เพาะพฤกษ์หิรัญ​ อายุ​ 23​ ปี​ ลูกสาวของผู้ตายทราบว่า​ ผู้ตายชื่อนายสุนันท์​ เพาะพฤกษ์หิรัญ​ อายุ​ 70​ ปี​ อยู่บ้านเลขที่​ 88/1​ หมู่​ 3​ ต.วังศาลา​ อ.ท่าม่วง​ จ.กาญจนบุรี โดย​ นส.นพมาศ​ ให้การว่า ก่อนหน้าที่ผู้เป็นพ่อจะใช้เชือกแขวนคอตาย​ พ่อได้สั่งให้ตนไปช่วยชื้อโจ๊กที่ตลาดมาให้กินที​ ตนจึงขี่รถ​ จยย.ออกจากบ้านไปตลาดเพื่อซื้อโจ๊ก​ กลับมาบ้านก็พบว่า​ พ่อผูกคอตายแล้ว​ จึงรีบโทรศัพท์ไปบอกญาติๆ​ และแจ้งตำรวจให้ทราบ ส่วนสาเหตุการที่พ่อผูกคอตายครั้งนี้​ เกิดจากความเครียดเรื่องถูกอดีตน้องเขยซึ่งเป็นสามีของน้องสาวพ่อที่เสียชีวิตไปแล้วจ้างทนายฟ้องขอแบ่งมรดกซึ่งเป็นที่ดินจำนวนหลายแปลง​ ซึ่งพ่อเป็นผู้จัดการมรดก​ หลังป้าซึ่งเป็นพี่สาวพ่อได้เสียชีวิตลง​ เมื่อ​ 3-4​ ปีที่แล้ว โดยป้าได้เขียนพินัยกรรมยกให้พ่อเป็นผผู้จัดการมรดก​ ซึ่งพ่อก็ได้แบ่งสมบัติให้กับน้องๆ​ รวมทั้งน้องสาวที่ตายไปแล้วด้วย​ จู่ๆ​ พ่อก็ได้รับหนังสือจากทนายความ​ และหมายศาลทึ่อยู่กรุงเทพมหานครฯ​ ให้ไปเจรจากันที่ศาลเมื่อวันที่​ 3​ ส.ค.63​ ที่ผ่านมา​ เนื่องจากถูกอดีตน้องเขยฟ้องขอแบ่งสมบัติเป็นตึกแถว​ 3​ ขั้น​ 2​ ห้องที่อยู่กรุงเทพฯ​ พ่อจึงไปปรึกษาทนาย​ ทนายบอกว่าต้องแบ่งสมบัติ​ โดยจ่ายเงินให้ฝ่ายอดีคน้องเขยไป​ ซึ่งพ่อบอกว่า​ พ่อไม่มีเงิน​ จึงทำให้พ่อคิดมาก​ เกิดอาการเครียดมาตลอด​ ก่อนหน้านี้พ่อก็จะผูกคอตายมาแล้วครั้งหนึ่ง​ แต่ตอนนั้นตนอยู่บ้าน​ จึงผูกไม่สำเร็จ​ จนกระทั่งเมื่อเข้าพ่อสั่วให้ไปซื้อโจ๊กที่ตลาดให้กิน​ กลับมาก็พบพ่อผูกคอตายแล้ว​ ส่วนสาเหตุคงเป็นเพราะเครียดที่ถูกอดีตน้องเขยฟ้องขอแบ่งมรดก​ เรื่องที่ดิน จากการตรวจสอบไลน์ในโทรศัพท์ของ​ นส.นพมาศ​ ลูกสาวผู้ตายพบว่า​ นายสุนันท์​ ผู้ตายได้เขียนข้อความสั่งเสียและขอโทษเรื่องที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย​ และเรื่องการจัดการเรื่องทรัพย์สิน​รถยนต์​ 2​ คัน​ โดยทิ้งท้ายคำพูดว่า​ หากพ่อตายไปสักคน​ เรื่องทุกอย่างคงดีขึ้น​ เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์​ เชื่อว่าการผูกคอตายของนายสุนันท์​ เป็นการฆ่าตัวตายเอง​ รวมทั้งผู้ตายไม่มีประกันชีวิต​ และญาติไม่ติดใจสงสัยสาเหตุการตาย​ จึงมอบศพให้มูลนิธิฯ​ นำศพไปทำการชันสูตรพลิกศพต่อเนื่องที่​ รพ.ฯ​ ก่อนจะมอบศพให้​ญาตินำศพไปดำเนินการตามประเพณีทางศาสนาต่อไป