คดีฟ้องร้องมรดกเป็นเหตุให้ช่างซ่อมรถ วัย 70 แขวนคอลาโลก
คดีฟ้องร้องมรดกเป็นเหตุให้ช่างซ่อมรถ วัย 70 แขวนคอลาโลกที่กาญจนบุรี ก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ เขียนข้อความลาตายขอโทษลูกสาวและญาติๆ ส่งออนไลน์ให้ลูกสาว เชื่อ ความตายคือทางออกที่ดีที่สุด หลังถูกอดีตน้องเขย ฟ้องศาลขอแบ่งสมบัติ
ด้านลูกสาวเผย พ่อก่อนฆ่าตัวตาย เครียดมาก บ่นให้ฟังตลอดว่า ถูกอดีตสามีของน้องสาวที่ตายไปแล้ว ฟ้องร้องขอแบ่งมรดกที่ดินที่ป้าที่ตายไปแล้ว เขียนพินัยกรรมมอบมรดกให้พ่อเป็นผู้จัดการมรดก เรื่องเกิดมา 3-4 ปีแล้ว อยู่ๆ อดีตน้องเขยซึ่งน้องสาวที่เสียชีวิตก็ตั้งทนายฟ้องขอแบ่งสมบัติ ทำให้พ่อเครียด คาดสาเหตุที่แขวนคอตายเพราะเครียดเรื่องดังกล่าว
เวลา 10.00 น.ของวันที่ 17 ส.ค.63 พ.ต.ท.สุคนธ์ รัสเอี่ยม สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากตำรวจสายตรวจตำบลวังศาลา อ.ท่าม่วงฯ ว่ามีคนผูกคอตายที่อู่ซ่อมรถริมถนนแสงชูโตสายเก่าฝั่งตรงข้ามหน้าวัดโพธิ์ศรีสุขาราม หรือวัดโพธิ์เลี้ยว หมู่ 3 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วงฯ หลัวรับแจ้งจึงประสานแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ร่วมกับมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนรัตนาวุธ)กาญจนบุรี ให้เดินทางมาร่วมชันสูตรพลิกศพ
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุหหน้าอู่ซ่อมรถยนตต์ชื่ออู่เล็กการช่างพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายสูงอายุ ผมบน ศีรษะขาวโพลนใช้เชือกไนล่อนสีขาวผูกลำคอกับกิ่งไม้ใกล้ๆ หน้าบ้านในสภาพศีรษะหงายไปทางด้านหลัง
จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ช่วยกันนำร่างลงมาให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพพบว่า ตามร่างกายไม่มีบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้าย สาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ เสียชีวิตมาแล้ว ประมาณ 2-3 ชม.
สอบสวนปากคำ นส.นพมาศ เพาะพฤกษ์หิรัญ อายุ 23 ปี ลูกสาวของผู้ตายทราบว่า ผู้ตายชื่อนายสุนันท์ เพาะพฤกษ์หิรัญ อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/1 หมู่ 3 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
โดย นส.นพมาศ ให้การว่า ก่อนหน้าที่ผู้เป็นพ่อจะใช้เชือกแขวนคอตาย พ่อได้สั่งให้ตนไปช่วยชื้อโจ๊กที่ตลาดมาให้กินที ตนจึงขี่รถ จยย.ออกจากบ้านไปตลาดเพื่อซื้อโจ๊ก กลับมาบ้านก็พบว่า พ่อผูกคอตายแล้ว จึงรีบโทรศัพท์ไปบอกญาติๆ และแจ้งตำรวจให้ทราบ
ส่วนสาเหตุการที่พ่อผูกคอตายครั้งนี้ เกิดจากความเครียดเรื่องถูกอดีตน้องเขยซึ่งเป็นสามีของน้องสาวพ่อที่เสียชีวิตไปแล้วจ้างทนายฟ้องขอแบ่งมรดกซึ่งเป็นที่ดินจำนวนหลายแปลง ซึ่งพ่อเป็นผู้จัดการมรดก หลังป้าซึ่งเป็นพี่สาวพ่อได้เสียชีวิตลง เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว
โดยป้าได้เขียนพินัยกรรมยกให้พ่อเป็นผผู้จัดการมรดก ซึ่งพ่อก็ได้แบ่งสมบัติให้กับน้องๆ รวมทั้งน้องสาวที่ตายไปแล้วด้วย จู่ๆ พ่อก็ได้รับหนังสือจากทนายความ และหมายศาลทึ่อยู่กรุงเทพมหานครฯ ให้ไปเจรจากันที่ศาลเมื่อวันที่ 3 ส.ค.63 ที่ผ่านมา เนื่องจากถูกอดีตน้องเขยฟ้องขอแบ่งสมบัติเป็นตึกแถว 3 ขั้น 2 ห้องที่อยู่กรุงเทพฯ พ่อจึงไปปรึกษาทนาย ทนายบอกว่าต้องแบ่งสมบัติ โดยจ่ายเงินให้ฝ่ายอดีคน้องเขยไป ซึ่งพ่อบอกว่า พ่อไม่มีเงิน จึงทำให้พ่อคิดมาก เกิดอาการเครียดมาตลอด
ก่อนหน้านี้พ่อก็จะผูกคอตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นตนอยู่บ้าน จึงผูกไม่สำเร็จ จนกระทั่งเมื่อเข้าพ่อสั่วให้ไปซื้อโจ๊กที่ตลาดให้กิน กลับมาก็พบพ่อผูกคอตายแล้ว ส่วนสาเหตุคงเป็นเพราะเครียดที่ถูกอดีตน้องเขยฟ้องขอแบ่งมรดก เรื่องที่ดิน
จากการตรวจสอบไลน์ในโทรศัพท์ของ นส.นพมาศ ลูกสาวผู้ตายพบว่า นายสุนันท์ ผู้ตายได้เขียนข้อความสั่งเสียและขอโทษเรื่องที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย และเรื่องการจัดการเรื่องทรัพย์สินรถยนต์ 2 คัน โดยทิ้งท้ายคำพูดว่า หากพ่อตายไปสักคน เรื่องทุกอย่างคงดีขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ เชื่อว่าการผูกคอตายของนายสุนันท์ เป็นการฆ่าตัวตายเอง รวมทั้งผู้ตายไม่มีประกันชีวิต และญาติไม่ติดใจสงสัยสาเหตุการตาย จึงมอบศพให้มูลนิธิฯ นำศพไปทำการชันสูตรพลิกศพต่อเนื่องที่ รพ.ฯ ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำศพไปดำเนินการตามประเพณีทางศาสนาต่อไป