สาวอ้างถูกไอ้โม่งบุกห้องกลางดึก สาดน้ำกรดหวิดเสียโฉม
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 ก.ค.65 ร.ต.อ.เติม สอนสังข์ พนักงานสอบสวน สภ.สวี จ.ชุมพร พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมคิด จันนินวงค์ ร.ต.อ.ปัญญา ผลศิริปฐม รอง สว.(สืบสวน) สภ.สวี เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่งใน ต.ท่าหิน อ.สวี จ.ชุมพร เพื่อสอบสวนสืบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติมจากกรณีเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 03.00 น. ร.ต.อ.มนูญ รักทอง รอง สวป. สภ.สวี ได้ไปตรวจสอบเหตุน.ส.วิภาวดี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ถูกคนร้ายบุกห้องขณะนอนหลับอยู่กับลูกชายวัย 7 ปี และลูกสาววัย 9 ปี สาดน้ำกรดได้รับบาดเจ็บบริเวณแก้มขวาและแขนเข้ารักษาที่ตัวโรงพยาบาลสวี
บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ในซอยบ้านเขาเขียวท่ามกลางสวนมะพร้าว มีญาติๆ ของผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ใหญ่บ้านอยู่บริเวณบ้านที่เกิดเหตุจำนวนหลายคน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบห้องนอน พบว่าบนที่นอนมีรอยถูกน้ำกรดกัดฉีกขาด บริเวณพื้นปูนหน้าห้องลักษณะคล้ายถูกน้ำกรดกัดเป็นรอยคราบขาวจำนวนหนึ่ง ส่วนประตูห้องไม่มีรอยงัดแงะ พร้อมทั้งอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งรอบตัวบ้านถึง 3 ตัว และรอบๆ ตัวบ้านแต่เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงคนร้ายจากการบุกรุกเข้ามาจากภายนอกบ้านได้ ขณะเดียวกันลูกชายและลูกสาวคนเจ็บยังอยู่บ้านหลังเกิดเหตุ ซึ่งลูกชายวัย 7 ปี ยังสวมชุดนอนที่แขนเสื้อและกางเกงยังถูกน้ำกรดกระเด็นมาใส่จนเนื้อผ้าขาดเป็นรุผิวหนังผุพองเล็กน้อยด้วย
สอบถามน.ส.สุนิษา เป็นญาติและเป็นคนที่มาในคืนเกิดเหตุนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล หลังสอบถามคนเจ็บ เล่าว่า ขณะคนเจ็บนอนหลับในห้องนอนอยู่กับลูก 2 คนได้มีคนร้ายสวมหมวกไอ้โม่งปกปิดใบหน้ารูปร่างบางๆไม่ทราบชายหรือหญิงบุกเข้ามีสาดน้ำกรดเข้าบริเวณแก้มขวาและแขน หลังก่อเหตุก็ได้หลบหนีไป แต่จากสอบถามผู้บาดเจ็บอ้างว่าคนร้ายเข้าทางหน้าต่าง แต่พอมองไปที่หน้าต่างปรากฏว่าหน้าต่างยังปิดจึงถามซ้ำว่า คนเจ็บจึงตอบกลับว่าเข้าทางหลังคาห้องน้ำ ซึ่งคนเจ็บลูกลักษณะวกไปวนมา และยังบอกอีกว่าขณะนอนหลับอยู่ในห้องได้ล็อคประตูด้านในไว้ แต่เมื่อตรวจสอบไม่มีรอยงัด
ด้านน.ส.สุพรรณี (ขอสงวนนามสกุล) พี่สาวนคนเจ็บ เล่าว่า ตนเชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นกับน้องสาว ต้องเกี่ยวโยงกับเหตุที่นายนิพนธ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี พ่อของตนถูกทำร้ายลักษณะเดียวกัน ที่ถูกคนร้ายย่องเข้าไปเมื่อกลางดึกของวันที่ 24 พ.ค. ต่อเนื่องคืนวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ถูกสาดน้ำกรดขณะนอนหลับอยู่ในห้องบ้านหลังเดียวกันกับน้องสาว มีอาการสาหัสมีบาดแผลทั่วร่างกายตาซ้ายบอดเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ และกำลังจะออกจากโรงพยาบาลในวันที่ 12 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี นัดญาติเข้าฟังความคืบหน้าของคดี
"โดยส่วนตัวตนเชื่อว่า คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะเป็นคนเดียวกันที่ทำร้ายพ่อตนด้วย ส่วนปมเหตุนั้นตนไม่แน่ในเพราะพ่อกับตนไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกัน ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันพรุ่งนี้ทุกอย่างน่าจะกระจ่างขึ้น โดยผู้ก่อเหตุคาดเป็นคนใกล้ชิดและเครือญาติอีกด้วย ส่วนน้องสาวรับว่าคงจะไม่ทำร้ายตัวเองอย่างแน่นอนไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร”พี่สาวคนเจ็บ กล่าว