แม่วอนตำรวจเร่งจับเยาวชนชายวัย 16 ปีหลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนและมีดขู่ฆ่าบังคับขืนใจลูกสาววัย 13 ปี
วันที่ 22 ต.ค. 2566 เวลา 11.30 น.น.ส.อ(นามสมมุติ) อายุ29 ปี ชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้พา ด.ญ.บี อายุ 13 ปี ด.ญ.บี(นามสมมุติ) ลูกสาวเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังลูกสาวถูกนายลิขิตเยาวชน อายุ 16 ปี ข่มขืน รวม 5 ครั้ง และครั้งล่าสุดเยาวชนรายดังกล่าวได้โทรศัพท์เรียกรุ่นน้องเป็นเด็กชายอายุ 14 ปี มาร่วมก่อเหตุด้วย
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่บ้านเยาวชนชายอายุ 16 ปี จำนวน 3 ครั้ง และที่ห้องน้ำในพื้นที่ศาลเจ้าพ่อหนองกุง 2 ครั้ง ซึ่งแม่ได้พาลูกสาวเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.น้ำพองแล้ว แต่รู้สึกไม่สบายใจ เพราะมองว่าตำรวจทำคดีล่าช้า หวั่นเกรงว่าลูกสาวจะถูกพาตัวไปข่มขืนอีก เนื่องจากเยาวชายดังกล่าว ใช้ทั้งอาวุธปืนและอาวุธมืด ขู่บังคับเอาลูกสาวไปข่มขืนด้วย
พร้อมกันนี้ ครอบครัวผู้เสียหายยังได้พาผู้สื่อข่าวดูที่จุดเกิดเหตุ บริเวณห้องน้ำหลังศาลเจ้าพ่อหนองกุง ซึ่งบริเวณโดยรอบเป็นป่ารก เนื่องจากจะใช้ในช่วงที่มีการจัดงานเท่านั้น และที่บริเวณด้านข้างห้องน้ำจะมีลำห้วยยาง ซึ่งเป็นจุดที่ ด.ญ.บีเล่นน้ำกับเพื่อนๆ ก่อนจะถูก นาย ลิขิต(นามสมมุติ) เยาวชนที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้คอบังคับไปข่มขืนในห้องน้ำ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ายังมีซองถุงยางอนามัย และถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วตกเกลื่อนอยู่ที่พื้นหน้าห้องน้ำ และภายในห้องน้ำพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติดตกอยู่
โดย น.ส.เอ มารดา กล่าวว่า มีอาชีพรับจ้าง ทำงานในโรงงานรับซื้อของเก่า ในทุกวันจะออกไปทำงานกับสามีและบุตรคนสุดท้อง โดยที่บ้านให้ด.ญ.บีอยู่กับน้องชายวัย 9 ขวบ กระทั่งเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนเองเลิกงานกลับบ้าน ลูกชายวัย 9 ขวบมาบอกว่า ด.ญ.บี ถูกนายลิขิต(นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ชาวบ้านหนองกุง ต.หนองกุง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พาเข้าห้องน้ำ แล้ว ด.ญ.บี ก็ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด แต่ยังไม่ได้ถามลูกสาวเพราะยังไม่มั่นใจ ทำได้เพียงสังเกตอาการก่อน
ทั้งนี้ได้สังเกตุพบว่าลูกสาวมีอาการนั่งซึมนั่งเศร้าและปวดหัว ต่อมาวันที่ 20 ต.ค. ตนเองและสามีก็ไปทำงานตามปกติ หลังเลิกงานก็กลับบ้าน และได้พบกับคนรู้จักกัน มาบอกว่า ด.ญ.บี ถูกนายลิขิต พาเข้าไปข่มขืนในห้องน้ำศาลเจ้าพ่อหนองกุง 2 ครั้งแล้ว คือวันที่ 19 และ 20 ต.ค. เมื่อตนเองถึงบ้าน จึงถามลูกสาวก่อนจะทราบความจริงว่าลูกสาวถูกข่มขืนจริง
โดยบอกว่าเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ถูกนายลิขิต(นามสมมุติ) ใช้อาวุธปืน จี้บังคับพาไปข่มขืนที่ห้องนอนในบ้านของนายลิขิต 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 19 ต.ค. นายลิขิต ใช้มีดจี้บังคับขณะเล่นน้ำอยู่ที่ลำห้วยยาง ด้านหลังศาลเจ้าพ่อหนองกุง นำไปข่มขืนในห้องน้ำ ใกล้กับลำห้วยยาง ซึ่งเป็นห้องน้ำของศาลเจ้าพ่อหนองกุง และครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ขณะที่ ด.ญ.บี เล่นน้ำอยู่กับเพื่อน และถูกนายลิขิตขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดทะเบียน ไปใช้อาวุธมีดจี้บังคับเอาตัวขึ้นรถจักรยานยนต์ นำกลับมาข่มขืนในห้องน้ำของศาลเจ้าพ่อหนองกุงอีกครั้ง
น.ส.เอ กล่าวต่ออีกว่า หลังทราบรายละเอียดจากลูกสาว จึงเดินทางไปพบกับมารดาของนายลิขิต ซึ่ง มารดาฝ่ายชาย บอกว่า ไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย ให้ตำรวจมาจับตัวไปเลย ไม่มีแม้คำขอโทษ เมื่อไปหาตำรวจบอกว่าทำไมทั้ง 2 ฝ่ายไม่คุยกันหรือตกลงกัน ตอนนี้ไม่มีความคืบหน้าทางคดีว่าจะแจ้งข้อหา หรือจะจับกุมตัวคนก่อเหตุเมื่อใด จึงเกิดความไม่สบายใจ กลัวว่าลูกสาวจะถูกจี้บังคับไปข่มขืนอีก เพราะคนก่อเหตุยังลอยนวลพร้อมทั้งมีอาวุธติดตัวอยู่ตลอด จึงมาร้องเรียนสื่อมวลชนให้ช่วยติดตามเรื่องคดีกับทางตำรวจให้ด้วย เพราะคิดว่าเยาวชนอายุเพียง 16 ปี กล้าใช้ปืน ใช้มีด ก่อเหตุลักพาตัวด.ญ.เพียง 13 ปีไปข่มขืนแล้วยังชวนเพื่อนมาร่วมก่อเหตุซ้ำได้แบบนี้ เป็นบุคคลอันตรายที่ตำรวจควรใส่ใจ ควรเร่งรัดให้รวดเร็วด้วย
ขณะที่ ด.ญ.บี กล่าวว่า นายลิขิตมาชอบ แต่ตนเองไม่ชอบและไม่อยากคบหา นายลิขิตจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะเอาชนะใจตนเอง จนได้ใช้อาวุธปืนสั้นสีดำ ขู่บังคับเอาตัวไปในครั้งแรกจากสวนหย่อม ภายในสวนสาธารณะ ขณะเล่นอยู่กับเพื่อน โดยนำตัวไปข่มขืนที่บ้านของนายลิขิต ต่อมาครั้งที่ 2 เล่นอยู่ที่สวนหลวง ก็ถูก นำตัวไปข่มขืนที่กระท่อมกลางทุ่งนา ในพื้นที่บ้านหนองนกเขียน ครั้งที่ 3 ใช้มีดจี้บังคับขณะเดินเล่นในหมู่บ้าน นำไปข่มขืนที่กระท่อม ริมถนน ทางไปอำเภอกระนวน ครั้งที่้ 4 ถูกข่มขืนในห้องน้ำของศาลเจ้าพ่อหนองกุง และครั้งที่ 5 ก็ถูกข่มขืนในห้องน้ำศาลเจ้าพ่อหนองกุง โดยครั้งที่ 5 นั้น นายลิขิต ได้เรียกเพื่อนไม่ทราบชื่ออายุ 14 ปีมาร่วมก่อเหตุด้วย
อีกทั้งขณะนี้รู้สึกกลัวมาก เพราะนายลิขิต ขู่ไว้ว่า ถ้าบอกพอแม่ หรือบอกคนอื่น จะฆ่าตนเองให้ตายและทำร้ายน้องชายวัย 9 ขวบ และจะไปป่าวประกาศเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ชาวบ้านรู้ เมื่อถูกขู่ฆ่า จึงไม่กล้าบอกพ่อแม่ กระทั่งน้องชายเห็น ชาวบ้านเห็น น้ำเรื่องมาบอกพ่อแม่ให้ทราบดังกล่าว และอยากให้ตำรวจจับนายลิขิตไวไว เพราะกลัวนายลิขิตจะมาฆ่าตามที่ขู่ไว้ จนตอนนี้หวาดกลัวอย่างมาก
ขณะที่ พ.ต.อ.พรศักดิ์ งามดี ผกก.สภน้ำพอง กล่าวว่า ผู้เสียหายเป็นเด็กหญิง คนถูกกล่าวหาเป็นเยาวชน ส่วนพยานก็เป็นน้องชายของฝ่ายหญิงอายุเพียง 9 ขวบ ตำรวจรับแจ้งความแล้ว แต่การสอบสวน เมื่อผู้เสียหายและคนถูกกล่าวหาเป็นเด็กและเยาวชนทั้งคู่ จึงต้องประสานทีมสหวิชาชีพมาร่วมสอบสวน เมื่อสอบสวนเสร็จสิ้นก็รวบรวมพยาน หลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ จับกุมคนก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะคดีแบบนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตำรวจต้องทำงานให้รอบคอบและชัดเจน จึงจะจับกุมตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดีได้