วงการพระสงฆ์ฉาวอีก! รวบพระปลูกกระต๊อบ "ตั้งวง"มั่วสุมดื่มเหล้า
จากกรณีที่มีประชาชนได้ถ่ายคลิปวีดีโอลงในโซเชียลมีเดีย พระสงฆ์ขับรถเก๋งออกบิณฑบาตในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งไม่เหมาะสมกับที่เป็นพระ
วันที่ 22 ก.พ.65เวลา 14.00 น. นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวง สั่งการให้ว่าที่ร้อยตรีพิชญะ เพียราช ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอคลองหลวง นาย ปลัดอำเภอคลองหลวง นายเดชา ละรีย์ นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบพระสงฆ์ขับรถเก๋งออกบิณฑบาตในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื่องจากมีประชาชนถ่ายคลิปวีดีโอและลงในโซเชียลมีเดียซึ่งมีประชาชนมองว่าไม่เหมาะสม
โดยว่าที่ร้อยตรีพิชญะ เพียราช ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอคลองหลวง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับนายเดชา ละรีย์ นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี ผู้ใหญ่บ้านม. 5 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระครูมงคลกิจจารักษ์ จิตตกาโร เจ้าอาวาสวัดมงคลพุการาม (เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง) เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองห้า ก็พบว่าในพื้นที่ของเอกชนบริเวณถนนบางขันธ์-หนองเสือ ม.5ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งมีพระสงฆ์ปลูกกระต๊อบอยู่3-4 หลัง และมีพระสงฆ์อยู่รวมกัน 7 รูป ซึ่งมีพระสงฆ์ 4รูปนอนรวมกันอยู่และรอบๆกระต๊อบพบขวดเหล้าขาว และเบียร์อยู่เป็นจำนวนมาก จากการสอบถามพระศราวุธ บอกว่าอยู่ตรงนี้มานานและก็ดื่มเหล้าจริง ส่วนพระมนูญ บอกว่าตนเองเป็นพระสงฆ์ที่อยู่ในรถจริงและได้ออกไปบิณฑบาตตามตลาดเพราะมีญาติโยมใส่ปัจจัยวันหนึ่งก็จะได้200 -500 บาท แต่ก็เสียค่าแท็กซี่ที่นั่งไปบิณฑบาตด้วย และตรวจสอบแล้วพระสงฆ์ทั้งหมด 7รูปมีใบสุทธิบัตร
เมื่อเวลา 17.00 น. พระครูมงคลกิจจารักษ์ จิตตกาโร เจ้าอาวาสวัดมงคลพุการาม (เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง) ได้นำพระสงฆ์ทั้งหมด 7รูปมาให้พระมหาสมพงษ์ กนตธมโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม(เจ้าคณะตำบลคลองหก) สอบสวนซึ่งได้ลงความเห็นว่าทำการสึกพระสงฆ์ที่มั่วสุมดื่มสุราทั้งหมด 4 รูปส่วนอีก 3 รูปได้มีคำสั่งให้กลับไปที่วัดของตนเองที่เคยจำวัดอยู่และไม่ให้อยู่ในพื้นที่
ด้านนายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวง กล่าวต่อว่า ตนเองได้ประสานไปยังอบต.คลองเจ็ดทำการรื้อกระต๊อบที่อยู่ในพื้นที่เอกชนเพราะไม่ต้องการให้มีสถานที่ในการมั่วสุมต่อไปและเจ้าของพื้นที่คงไม่ทราบ และขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ได้ทราบและที่เราทำไปนั้นเพื่อเป็นการทำให้พระพุทธศาสนาดีขึ้นซึ่งพระพุทธศาสนาอยู่กับเรามาตั้งแต่พ่อแม่ปู่ย่าตายาย และอยู่กับประเทศไทยของเรา และอยากหากมีเบาะแสท่านไม่สบายใจก็แจ้งหน่วยงานในพื้นที่ให้ลงมาตรวจสอบได้ตลอดเวลา