อุดรธานีชุดพยัคฆไพรมาเอง บุกยึดสวนปาล์มสวนยางนายทุนบุกรุกป่าสงวนน้ำโสมนายูง

ภูมิภาค6 เม.ย. 2562 • 00:26 น.
 อุดรธานีชุดพยัคฆไพรมาเอง บุกยึดสวนปาล์มสวนยางนายทุนบุกรุกป่าสงวนน้ำโสมนายูง
บุกยึดสวนปาล์มยางพารานายทุน โดยวันนี้ที่จ.อุดรธานี นายนฤพนธ์ฯ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายบุกยึดสวนปาล์ม-ยางพารา ของนายทุนที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี คืน 1,212 ไร่ เผยนายทุนปล่อยเงินกู้ตอนนี้มีคดีติดตัว วันที่ 5 เมษายน 25662 นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มณฑลทหารบกที่ 27 ที่ ทำการปกครองอำเภอบ้านผือ ได้ลงพื้นที่ปิดประกาศให้เป็นพื้นที่ตรวจยึด คืนหลังตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติน้ำโสม-นายูง ในพื้นที่ ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี หลังจากชาวบ้านร้องเรียนว่า มีนายทุนใช้ชาวบ้านแผ้วถางป่าทำการปลูกสวนปาล์มและยางพารา มาหลายปี นายนฤพนธ์ฯ เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่าบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน โดยมีนายทุนเข้ามาจ้างชาวบ้านปลูกปาล์มน้ำมันและยางพาราในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติน้ำโสม-นายูง ในพื้นที่ หมู่ 12 ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี จึงได้เข้าสืบสวนทางลับนานหลายเดือนจนพบว่ามีการบุกรุกจริง จากนั้นจึงได้บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน 10 แปลง จำนวน 1,212 ไร่ ตอนนี้เราได้ตรวจยึดพื้นที่ทั้งหมดไว้แล้ว ระหว่างการตรวจสอบพบการลักลอบทำลายไม้ 1 ราย ทราบชื่อว่า นางแจ่มศรี โพธิ์เพรชเล็บ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 13 ตำบลบ้านหยวก อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี และจาการสอบถามผู้ต้องหาที่ครอบครองที่ดินที่พบการทำลายไม้ปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ หลักฐานที่สำคัญในการลงพื้นที่ตรวจสอบนั้นเราเจอบัญชีรายจ่ายของการรับซื้อน้ำยางแต่ละวันโดยมียอดการรับซื้อเดือนละเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งชี้ชัดได้เลยว่าพื้นที่นี้ไม่ใช้ชาวบ้านที่ยากจนมาทำกินอย่างแน่นอน พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.4กอ.รมน.) กล่าวเพิ่มเติมว่า คำสั่งของ คสช.ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ยากจน หรือนายทุนก็ต้องถูกดำเนินคดี การบุกรุกนี้ถือว่าเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติสำหรับการครอบครองของนายทุนรายนี้เป็นนายทุนที่รายใหญ่ โดยถือที่ดินรายเดียวเป็นพันไร่ โดยใช้วิธีการให้ชาวบ้านเป็นนอมินีถือของแทน ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่กลุ่มนายทุนใช้ถือครองป่าสงวนประกอบธุรกิจทั้งนี้ตนได้สั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุดรธานี ติดตามคดีและขยายผลในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้มีอิทธิพล หรือการปล่อยเงินกู้นอกระบบหรือไม่ เพื่อหาตัวคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันเตรียมเอาผิดกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้ถึงที่สุด แหล่งข่าวรายหนึ่งที่เป็นชาวบ้าน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว จำได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวมีนายทุนใหญ่ทราบชื่อว่าไฮรุ่ง มาซื้อที่จากชาวบ้านไว้นานแล้ว ก่อนหน้านี้ปลูกกล้วย ปลูกมัน ต่อมาก็ปลูกยางพารา โดยมีคนมาดูแลที่รู้จักกันในชื่อตี๋ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง และมีสมาชิกอบต.เป็นผู้บริหารจัดการเรื่องเงิน