ปัตตานีฉีดวัคซีนผู้นำศาสนาหวังประชาชนเชื่อมั่นปลอดภัย

ภูมิภาค17 ส.ค. 2564 • 09:14 น.
ปัตตานีฉีดวัคซีนผู้นำศาสนาหวังประชาชนเชื่อมั่นปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 17 ส.ค. บรรยากาศที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยนายแวดือราแม มะมิงจิ รองจุฬาราชมนตรี และประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแพทย์ และผู้ที่มาฉีดวัคซีน โดยบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลหนองจิก สสจ.หนองจิก และ อสม. ได้บริการฉีดวัคซีนเอสตร้าให้กับ ผู้นำศาสนา โต๊ะอิหม่าม บุคลากรสำนักงานคณะกรรมการอิสลาม สมาชิกภายในครอบครัว อีกทั้งพี่น้องประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านสำนักงานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี จำนวนกว่า 300 คน เข้ารับวัคซีนเป็นครั้งแรก ซึ่งการให้ผู้นำทางศาสนามารับวัคซีนครั้งนี้ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเข้ารับวัคซีน พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชนว่าวัคซีนปลอดภัย ไม่อันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากไม่มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของวัคซีน เนื่องจากบนโลกโซเชียล และมีการกระจายข่าวปากต่อปาก เผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวัคซีน เช่น อันตรายจากผลข้างเคียงของวัคซีน ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีน นอกจากนี้เพื่อให้ผู้นำศาสนา ได้สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรับวัคซีน ตามประกาศสำนักจุฬาราชมนตรีการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อโควิด19 โดยพบว่าไม่มีสิ่งต้องห้ามตามหลักการศาสนาอิสลาม ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับผู้นำศาสนา โต๊ะอีม่าน ครอบครัว ที่เดินทางมาเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิดในครั้งนี้ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี น่ายกย่อง ในการเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนหันมาฉีดวัคซีนกัน ซึ่งมั่นใจว่าวันนี้หากได้เผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบ ก็จะเป็นการสร้างความเชื้อมั่นมากขึ้น อีกทั้งสถานทีนี้ เมื่อทุกคนเข้ามาก็จะรู้สึกมีความเชื้อมั่นต่อสถานที เชื่อมั่นต่อผู้นำศาสนาอีกด้วย ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม เผยตอนท้ายว่า กลุ่มเป้าหมายที่เราได้เน้นย้ำ คือกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป กลุ่ม 7โรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป เป็นกลุ่มที่จะต้องเน้นย่ำเป็นกรณีพิเศษที่ต้องมารับวัคซีน เนื่องจากว่ากลุ่มดังกล่าว เมื่อติดเชื้อแล้ว จะอัตราการเสียชีวิตสูงมากในจังหวัดปัตตานี จึงมีความจำเป็นขอเชิญชวนกลุ่มนี้เร่งเข้ามารับวัคซีนโดยเร็ว