ทหารร่วมมือศุลกากรจับสินค้าอุปโภค-บริโภคหนีภาษีมูลค่านับแสนบริเวณรอยต่อระนอง

ภูมิภาค15 ก.พ. 2566 • 00:42 น.โดย กฤษดา   เอกวานิช
ทหารร่วมมือศุลกากรจับสินค้าอุปโภค-บริโภคหนีภาษีมูลค่านับแสนบริเวณรอยต่อระนอง

ฉก.ร.25 กกล.เทพสตรี จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย 2 ราย พร้อมของกลางสินค้าหลบเลี่ยงภาษี จำนวน 15 รายการ  มูลค่ากว่า 124,908 บาท ขณะแอบบรรทุกใส่รถรั้ว  เพื่อนำไปจำหน่ายในร้านชำ ให้กับแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา พื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์    

  

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 66 เวลา 1800 น.   พันเอก ภูมิพัฒน์  บุญเรืองขาว    ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25  กองกำลังเทพสตรี   ได้รับรายงานจาก   กองร้อยทหารราบที่ 2521  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ได้ร่วมกับ ศุลกากร จ.ระนอง     และทหารประจำจุดตรวจศิลาสลัก  ด่านความมั่นงคงบนถนนเพชรเกษม  รอยต่อจังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร   ได้ทำการตรวจค้นรถยนต์กระบะ ตอนครึ่ง ยี่ห้อ โตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้ สีดำ  ซึ่งดัดแปลงกระท้ายเป็นรถรั้วคลุมผ้าใบสีดำ ทะเบียน ประจวบคีรีขันธ์    กำลังจะขับผ่านด่านตตรวจมุ่งหน้าจังหวัดชุมพร  พบ คนขับรถชื่อ นายยา  สัญชาติเมียนมา  อายุ 22 ปี    แรงงานอยู่ที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ น.ส.ปอ(นามสมมุติ) อายุ 48 ปี  ชาวประจวบคีรีขันธ์   นั่งข้างมากับคนขับรถ  

จากการตรวจสอบพบสินค้าในท้ายรถยนต์กระบะ พบบรรทุกสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคจากประเทศเมียนมา  ที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร จำนวน 15 รายการ  บรรจุมาทั้งในลังกล่องกระดาษและใส่ในกระสอบ  จนเต็มหลังรถยนต์กระบะ อาทิเช่น  เทียนพม่า,ผงกะหรี่พม่า,พุทราแดงแช่อิ่ม,เส้นข้าวซอย, ขนมเวเฟอร์ ,ปลาร้าพม่า,ถั่วน้ำมัน,ชาสำเร็จรูป,กาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง,ธูปพม่า,เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูป รวมทั้ง กระเทียมพม่า อยู่ภายในรถบยนต์คันดังกล่าว 

เบื้องต้นสอบถาม น.ส.ปอ ได้เล่าว่า นายยา เป็นลูกเขยของ น.ส.ปอ และยอมรับว่าสินค้าทั้งหมดที่ตรวจพบนั้นเป็นของตนจริง โดยได้ซื้อมาจากร้านค้าในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ระนอง มูลค่ากว่า 124,908 บาท    เพื่อนำไปขายต่อให้กับกลุ่มแรงงานชาวเมียนมา  ที่ อ.บางสะพานใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

จาการตรวจสอบไม่มีเอกสารการชำระผ่านพิธีการศุลกากร มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ น.ส.ปอ ว่า "ตามมาตรา 246 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ " จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้กระทำผิดพร้อมของกลางส่ง สภ.ปากจั่น จ.ระนอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป