คุมตัวผู้ต้องหาเผาสาวพิการหนีคดี 17ปี​ ให้การภาคเสธ

ภูมิภาค3 ต.ค. 2562 • 15:20 น.
คุมตัวผู้ต้องหาเผาสาวพิการหนีคดี 17ปี​ ให้การภาคเสธ
แม่พร้อมญาติรอดูหน้ามือเผาลูกสาวจนพิการ 17 ปีที่รอคอยความเป็นธรรม​ เผยเป็นคนรักของลูกสาวถูกทำร้ายแล้วเผาสาหัสขังไว้ 3วัน-ท้ายสุดคือความพิการตลอดชีวิต​ ส่วนผู้ต้องหาให้การภาคเสธรับแค่ต้องการหนีให้พ้น 20 ปี ช่วงบ่ายวันนี้(3ต.ค.62)ที่ผ่านมา​ ที่ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นางกอลิเย๊าะ ศรียาไพ อายุ 63 ปี ชาว จ.กระบี่ พร้อมญาติพี่น้องได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เทเวศน์ ปลื้มสุด ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช หลังทราบว่า มีการจับคนร้ายที่ทำร้ายเผาลูกสาวของตนเองจนพิการเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก น.ส.วรรณา ศรียาไพ ปัจจุบันอายุ 37 ปี ลูกสาวได้ถูกแฟนหนุ่มทำร้ายแล้วจุดไฟเผาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงมาจนถึงปัจจุบัน 17 ปี โดยนางกอลิเย๊าะกล่าวว่า เมื่อ 17 ปีก่อน ลูกสาวอายุเพียง 20 ปี ถูกนายคำรณ หรือหนิด สมญาพิทักษ์ ทำร้ายแล้วจุดไฟเผา ซึ่งคดีนี้ผ่านมานานมากแต่ยังไม่มีความคืบหน้า กระทั่งทราบในช่วงเช้าวันนี้ว่า ตำรวจกองปราบปรามได้เข้าจับกุมตัว นายคำรณ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ 141/2546 ข้อหาพยายามฆ่าและปล้นทรัพย์ ได้ที่ จ.สุพรรณบุรี ก่อนที่จะหมดอายุความเพียง 2 ปีเศษเท่านุ้น โดยขณะนี้ทราบว่ากำลังถูกส่งตัวมาที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ท้องที่เกิดเหตุ แต่เครื่องบินได้ดีเลย์มีความล่าช้าเกิดขึ้น​ จนผู้ต้องหาไม่สามารถเดินทางมาตามกำหนดเวลา 15.25 น. ได้ นางกอลิเย๊าะกล่าวว่า รู้สึกดีใจเพราะ 17 ปีที่รอคอยความยุติธรรม และคลายความกังวลไป วันนี้ลูกสาวไม่พร้อมที่จะมายัง สภ. ต้องรออยู่ในรถตอนเกิดเหตุลูกสาวเรียนอยู่ที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช แต่คดีกลับเงียบ จึงได้ร้องให้ตำรวจรื้อคดีขึ้นมาใหม่ จนในที่สุดก็สามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ในที่สุด แม่จอนานถึง 17 ปี ก็พอใจและขอขอบคุณตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยเหลือจนได้รับความเป็นธรรม นางกอลิเย๊าะ กล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้ไปรับตัวนายคำรณ หรือหนิด สมญาพิทักษ์ อายุ 38 ปี ชาวอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ตกเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีทำร้ายร่างกายและจุดไฟเผา น.ส.วรรณา ศรียาไพ ปัจจุบันอายุ 37 ปี โดยเหตุเกิดเมื่อ 17 ปี ซึ่งนายคำรณ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบจับกกุมได้ที่จังหวัดสุพรรณบุรี และส่งตัวต่อมาที่นครศรีธรรมราช โดยภายหลังจากเดินทางมาถึงนายคำรณ ได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนก่อเหตุทำร้ายร่างกายและเผานางสาววรรณา หลังจากเกิดเหตุทราบว่านางสาววรรรณราบาดเจ็บสาหัสจะไปหาที่โรงพยาบาลแต่ครอบครัวของนางสาววรรณาห้ามไว้ หลังจากนั้นได้ถูกจับตัวแล้วขึ้นศาลพิจารณาคดีไปแล้ว แต่ยอมรับว่าได้หลบหนีในชั้นพิจารณา โดยตั้งใจว่าไปอยู่ที่อื่นให้ครบ 20 ปี แล้วจะกลับมาที่บ้านอีกครั้งแต่ถูกจับก่อน “ผมไม่รู้ว่ามีการออกหมายจับอีกเพราะเอกสารที่ผมมีนั้นศาลได้สั่งเพิกถอนหมายจับแล้ว และให้คืนหลักทรัพย์ประกันตัว ผมเข้าใจว่าคดีเสร็จสิ้นแล้วจึงไปอยู่ที่สุพรรณ มารู้ทีหลังว่ายังมีหมายจับ วันที่กองปราบไปจับ​ เขาไม่ใส่กุญแจมือใดๆเลยด้วยซ้ำ” ส่วนครอบครัวของผู้เสียหายที่มารอพบนายคำรณนั้นได้เดินทางกลับไปก่อนเนื่องจากความจำเป็นต่อสุขภาพของนางสาววรรณา ส่วนการคุมตัวนายคำรณเจ้าหน้าที่ระบุว่าคืนนี้จะถูกควบคุมตัวที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ส่วนในวันพรุ่งนี้จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว โดยครอบครัวผู้เสียหายจะร่วมยื่นคัดค้านการประกันตัวกับศาลด้วย