รวบหนุ่มวัย 19 ยิงปืนขึ้นฟ้า ขณะจอดติดไฟแดง ตรวจสอบเป็นปืนปลอม อ้างคึกคะนอง
ตำรวจ สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รวบหนุ่มวัย 19 ยิงปืนขึ้นฟ้าขณะรถจอดติดไฟแดง ตรวจสอบพบเป็นปืนแก๊ปเด็กเล่น อ้างแค่คึกคะนองไม่ได้ข่มขู่หรือไม่พอใจใคร ยกมือไหว้ขอโทษประชาชนที่ทำให้ตื่นตกใจ รับเข็ดแล้วไม่กล้าเล่นคึกคะนองอีก
วันนี้ (5 พ.ค.63) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ทำการจับกุมนายตั้ม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี พร้อมรถเก๋งยี่ห้อยารีส สีดำ และปืนแก๊ปเด็กเล่น 1 กระบอก มาสอบสวนที่ สภ.สตึก หลังมีประชาชนร้องเรียนว่ามีรถเก๋งยารีส สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ได้ชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า ขณะที่จอดติดไฟแดงบริเวณสี่แยกหนองเกาะ อ.สตึก สร้างความตื่นตกใจให้กับรถที่จอดติดไฟแดงอีกหลายคัน เพราะไม่รู้สาเหตุว่าเป็นการยิงข่มขู่หรือมีจุดประสงค์อะไร
จากการสอบถามนายตั้ม ก็ให้การว่า เวลาประมาณ 14.00 น. เมื่อวานนี้ (4 พ.ค.63) ตนได้นั่งรถเก๋งยารีสมากับญาติ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันมาจากบ้านที่อยู่ในตัวเมืองบุรีรัมย์ เพื่อจะไปเล่นบ้านเพื่อนที่ อ.สตึก แต่พอถึงสี่แยกไฟแดงจุดเกิดเหตุก็เกิดความคึกคะนองนำปืนแก๊ปเด็กเล่น ที่พึ่งซื้อมาจากร้านค้าแห่งหนึ่ง ชูออกมานอกตัวรถแล้วยิงขึ้นฟ้าไป 2 ครั้ง ไม่ได้มีเจตนาจะข่มขู่ใคร ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตเพราะเห็นว่าเป็นแค่ปืนเด็กเล่นไม่ได้มีอันตราย มีแค่เสียงดังเท่านั้น ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการขับรถตัดหน้าหรือไม่พอใจรถคันอื่นแต่อย่างใด แต่ก็ยอมรับผิดในความคึกคะนองและรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ทั้งนี้นายตั้ม ยังได้ยกมือไหว้ขอโทษประชาชน ผู้ที่จอดรถติดไฟแดงในวันเกิดเหตุ ที่ทำให้เข้าใจผิด เกิดความตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำให้เดือดร้อนต้องมาติดตาม
หาตัว กับความคึกคะนองของตัวเอง สัญญาว่าจะไม่เล่นแบบนี้อีกแล้วเข็ดแล้ว
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีใครแสดงตัวเป็นผู้เสียหาย หรือเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เอาผิดกับนายตั้ม ในข้อหา “ผู้ใดส่งเสียงทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน” ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
จากการสอบถามช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ใกล้บริเวณสี่แยกไฟแดงที่เกิดเหตุ บอกว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วานนี้ ได้ยิงเสียงดังคล้ายปืน 2- 3 ครั้ง แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงปืนหรือปะทัด และไม่ทราบพิกัดชัดเจนว่าดังมาจากจุดตรงไหนกันแน่ แต่ถ้ามีการยิงปืนจริงตนก็ต้องได้ยิน และคงจะออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น จึงส่วนตัวคิดว่าเป็นเสียงปะทัดมากกว่าจึงไม่ได้สนใจอะไร