เจ้าของอพาร์ตเมนท์ ชะล่าใจไม่เอาเงินออกจากเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ถูกโจรงัดสูญเงินร่วมหมื่น
เจ้าของอพาร์ตเมนท์กลางเมืองบุรีรัมย์ ชะล่าใจไม่เปิดเอาเงินออกจากเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญนานเป็นเดือน สุดท้ายถูกโจรย่องเข้าขโมยงัดฉกเงินเหรียญหายเกลี้ยงทั้ง 2 เครื่อง คาดยอดเงินร่วมหมื่น เห็นชายต้องสงสัยรูปร่างสันทัดสวมหมวกเข้ามาตอนตี 1 แต่ไม่ได้เอะใจคิดว่าเป็นเพื่อนของผู้ที่มาเช่า วอน จนท.เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีเชื่อตระเวนก่อเหตุมาแล้วหลายแห่ง
วันนี้ (9 ก.ค.62) ได้เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปงัดกล่องเก็บเงินเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญอัตโนมัติ ภายใน อพาร์ตเมนท์ “เปรมชนก” ตั้งอยู่ถนนเลี่ยงเมืองสายบุรีรัมย์-นางรอง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กวาดเอาเงินเหรียญในกล่องเก็บเงินเครื่องซักผ้าหายหมดเกลี้ยงทั้ง 2 เครื่อง คาดว่ายอดเงินที่ถูกขโมยไปมีอยู่จำนวนร่วมหมื่นบาท
จากการสอบถามนายสรจักร นิเวศสวรรค์ เจ้าของอพาร์ตเมนท์ดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า ได้เปิดอพาร์ตเมนท์ดังกล่าวมาประมาณ 3 ปีแล้ว โดยบริเวณด้านหลังจะติดตั้งเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญอัตโนมัติไว้ให้บริการลูกค้า จำนวน 3 เครื่อง ที่ผ่านมาก็จะไขกุญแจเปิดเอาเหรียญออกจากกล่องเก็บเงินเครื่องซักผ้าเพียง 1 – 2 เดือนครั้ง เพราะได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้รอบตึก และมีแม่บ้านคอยทำความสะอาดดูแลอยู่ตลอด ประกอบกับที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์อะไร แต่เคยได้ยินข่าวคนร้ายก่อเหตุงัดขโมยเงินตู้หยอดเหรียญตามหอพักและสถานที่ต่างๆ บ่อยครั้ง ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดกับอพาร์ตเม้นท์ตัวเอง
เมื่อเปิดกล้องวงจรปิดดู ก็พบเพียงชายต้องสงสัยรูปร่างสันทัดสวมหมวกแก๊ป เดินผ่านเข้าประตูด้านหลังอพาร์ตเมนท์ ช่วงเวลาประมาณตี 1 เศษ และราว 5 นาที ก็เดินออกไปในลักษณะเร่งรีบ แต่กล้องไม่สามารถบันทึกภาพขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุงัดขโมยเงินเครื่องซักผ้าได้ เพราะเลยระยะรัศมีของกล้อง
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เจ้าของอพาร์ตเมนท์ ก็จะปรับกล้องวงจรปิดให้เห็นจุดบริเวณเครื่องซักผ้าหยอด ทั้งจะทำกุญแจคล้องให้แน่นหนามากขึ้น ที่สำคัญก็จะต้องเปิดเอาเงินออกให้ถี่มากขึ้นกว่าเดิมด้วย
ซึ่งเบื้องต้นก็ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้มาตรวจสอบเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นมืออาชีพตระเวนก่อเหตุงัดตู้หยอดเหรียญ และเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญมาแล้วหลายแห่ง