สตูลโกปี้เตาฟืน! กาแฟคั่วเตาฟืนผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อควนโดน ส่งต่อรุ่น 4 สร้างอาชีพ
ในแต่ละวัน นางตม มาลินี วัย 75 ปี (ม๊ะตม) ชาวบ้านอำเภอควนโดน จ.สตูล ใช้เวลาในการคั่วเมล็ดกาแฟ ด้วยเตาฟืนนานกว่า 5 ชั่วโมง อย่างชำนาญผ่านประสบการนานกว่า 40 ปีแล้ว ด้วยเคล็ดลับการคั่วกาแฟโดยใช้ไฟปานกลางเพื่อให้ได้รสชาติกาแฟที่พอดี ไม่ขม และมีกลิ่นไหม้
กลุ่มควันไฟขาวที่คละคลุ้งนั้นเกิดขึ้นหลังจากม๊ะตมนำเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วนาน 2 ชั่วโมง ใส่ลงไปในน้ำตาลทรายที่เคี่ยวจนละลายแล้ว ผสมกันเพื่อเคี่ยวต่อจนเหนียวหนืดเหมือนลาวาบนภูเขาไฟ เมื่อกาแฟกับน้ำตาลเกาะตัวจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วก็ใส่ถาดเกลี่ยให้ทั่ว ตั้งไว้จนแข็งเป็นแผ่นก็นำไปตำให้ละเอียดด้วยครกไม้โบราณที่มีกลไกลไฟฟ้าเข้ามาช่วยทุ่นแรง จากนั้นนำไปร่อนจนได้ผงกาแฟพร้อมชง ซึ่งกระบวนการทั้งหมดทั้งสิ้นใช้เวลาร่วม 7 ชั่วโมง
กระทะใบบัวจำนวน 9 ใบ ที่มีรอยรั่วที่ก้นนั้น เป็นตัวบอกถึงประสบการณ์ที่สั่งสมมานานของม๊ะตม ม๊ะตม วัย 75 ปี บอกว่า การคั่วกาแฟนั้นทำไม่ยาก ทำมานานกว่า 40 ปีแล้ว ช่วงสาวๆก็คั่ววันละ 2 กระทะ ช่วงนี้เหลือวันละกระทะเดียว ส่วนเคล็ดลับก็ไม่มีอะไรมากเหมือนๆทั่วไป แต่จะต้องใช้ไฟกลางๆในการคั่วไม่งั้นกาแฟอาจจะไหม้ได้ เมื่อพูดจบมะตมก็พาไปชี้กระทะใบบัวที่แขวนเรียงรายโดยที่ก้นมีรอยรั่วทุกใบ มะตมบอกนี่แหละเป็นกระทะที่ม๊ะตมใช้คั่วกาแฟ
กาแฟโบราณ หรือโกปี้ เกิดจากธุรกิจเล็กๆของครอบครัวม๊ะตมที่ถูกส่งต่อมาจากแม่ ก่อนจะมีการจัดตั้งเป็นกลุ่มเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ปัจจุบันมีการส่งต่อไปยังรุ่นที่ 4 แล้ว นายธชยกร บุหรี่ อายุ 21 ปี เป็นหลานม๊ะตม นั่งในตำแหน่งเลขาวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟโบราณควนโดน
นายธชยกร บุหรี่ กล่าวว่า ผมเป็นรุ่นที่ 4 รุ่น ที่กำลังสืบสานต่อจากรุ่นที่ 3 ที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ตอนนี้มีหน้าที่เป็นเลขาของกลุ่ม กำลังศึกษางานและเรียนรู้วิธีต่างๆ ที่จะเอามาสานต่อในรุ่นต่อไปที่เป็นรุ่นของผม ตอนนี้มีวิธีการจัดการที่ทำไปแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างที่จะคืบหน้า คือการโปรโมท การประชาสัมพันธ์ให้กับเพื่อนวัยรุ่นด้วยกันเองให้สนใจในสินค้า และของที่เป็นของพื้นบ้านของพื้นถิ่นของเรา ผมได้ ทำการโปรโมทในอินเตอร์เน็ตไปด้วยเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ขายทาง Facebook LINE หรือจะลงขายตามสตอรี่ Ig Facebook แล้วจะมีคนเข้ามาถามว่าเป็นกาแฟอะไร ส่งขายอย่างไร เรารู้สึกว่าก็อยากทำต่อไปจากรุ่นที่ส่งต่อมาจากเจตนารมณ์ ซึ่งที่บ้านตั้งใจทำมาแล้วหลายสิบปี ฟันฝ่ากันมาจนประสบความสำเร็จ อยากทำต่อให้เป็นอยู่คู่กับบ้านเราจังหวัดของเรา
สำหรับ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟโบราณควนโดน ในตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ต.ควนโดน มีการจัดตั้งกลุ่มเมื่อปี 2559 มีสมาชิก 25 คน โดย 20 คน เป็นเกษตรกรที่ปลูกกาแฟส่งขายให้กลุ่ม อีก 5 คน เป็นผู้แปรรูป มีการแปรรูปกาแฟโบราณปีละ 500 กิโลกรัม (เมล็ดกาแฟ) จำหน่ายตามตลาดนัด ร้านน้ำชาในอำเภอควนโดน อำเภอใกล้เคียง ร้านจำหน่ายของฝากตามห้างสรรพสินค้าในพื้นที่จังหวัดสตูล และจำหน่ายในงานต่างๆของหน่วยงานราชการ
โดยกาแฟโบราณ หรือโกปี้ ของกลุ่มนี้ ผลิตกาแฟได้วันละ 10-18 กิโลกรัม การคั่วในแต่ละครั้ง จะใช้เมล็ดกาแฟ 1 กิโลกรัมต่อน้ำตาล 3 กิโลกรัม จะได้กาแฟสำเร็จรูปพร้อมชงจำนวน 3 กิโลกรัม จำหน่ายในราคาตั้งแต่ห่อละ 35 – 250 บาทตามปริมาณ สนใจติดต่อ 089-7332715 , 088-5993891 , FB : กรณ์ ธชยกร พร้อมเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ศึกษาดูงานได้ โดยล่าสุดทางเกษตรจังหวัดสตูล ได้นำคณะสื่อมวลชนเข้าดูกระบวนการผลิตกาแฟโบราณ หรือโกปี้ เพื่อต่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
สำหรับกาแฟที่ปลูกในพื้นที่อำเภอควนโดนนั้น ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล ให้ข้อมูลว่า กาแฟที่ปลูกใหม่ เป็นพันธุ์โรบัสต้า โดยนำต้นพันธุ์มาจากจังหวัดชุมพร มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 56 ไร่ ครัวเรือนที่ปลูก 52 ครัวเรือน ให้ผลผลิตแล้ว 45 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 124 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาขายเมล็ดกาแฟแห้งกิโลกรัมละ 30 บาท ถ้าเป็นเมล็ดกาแฟที่กะเทาะเปลือกกิโลกรัมละ 80-100 บาท ลักษณะการปลูกจะปลูกเป็นพืชแซมในสวนมะพร้าว สวนยางพาราและสวนไม้ผล ส่วนใหญ่อายุประมาณ 1 ถึง 5 ปี
ส่วนกาแฟโบราณเป็นกาแฟพันธุ์ดั้งเดิมอายุประมาณ 80 ถึง 100 ปี ส่วนใหญ่มีการปลูกบริเวณแนวลำคลองหรือห้วยต่างๆ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และมีการปลูกบริเวณบ้านเป็นการปลูกแบบผสมผสานหรือ วนเกษตร กาแฟโบราณอายุมากผลผลิตน้อยและขาดการดูแล