กมธ.ต่างประเทศลงน่านน้ำชายแดน ไล่บี้คดีลูกเรือประมงพื้นบ้านถูกทางการมาเลเซียไล่ชน คดียังไม่คืบ
กมธ.ต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร์ นำคณะลงดูน่านน้ำรอยต่อชายแดนสตูล-มาเลเซีย บริเวณจุดเกิดเหตุกรณีลูกเรือประมงพื้นบ้านไทยถูกเรือทางการมาเลเซียชน เสียชีวิตเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อทวงถามความเป็นธรรมให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหลังทางคดีไม่คืบหน้ามากนัก
นายศราวุธ เพชรพนมพร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร์ พร้อมคณะ ลงเรือตรวจการณ์ขององค์การบริหารส่วนตำบลตำมะลัง เพื่อดูสถานที่จริงใกล้จุดเกิดเหตุบริเวณรอยต่อน่านน้ำชายแดนสตูล - มาเลเซีย หลังกรณีเกิดเหตุลูกเรือประมงพื้นบ้านชาวเกาะปูยู อ.เมือง จ.สตูล ถูกเรือทางการมาเลเซียไล่ชนจนเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนกันยายน 2563 ที่ผ่านมา
การลงสำรวจสถานที่ในครั้งนี้มีนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อม น.อ.จุมพจน์ เสนาะพิณ รอง ผอ.ศรชล.จังหวัดสตูล , นายหิรัญวัตติ์ สืบกระพันธ์ ผอ.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูล ตำรวจน้ำและทหารชี้แจงแนวทางการปฏิบัติระหว่างเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุรวมถึงการเตรียมติดตั้งทุ่นลอยน้ำเพื่อบอกแนวเขตให้ชาวเรือประมง
โดยมีนายฮอชาลี ม่าเหร็ม อดีต ส.ส.จังหวัดสตูล ผู้ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎร ลงติดตามคณะในครั้งนี้ด้วย ก่อนมาสรุปและหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีกครั้งที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง ศาลากลางจังหวัดสตูล
ปธ.กมธ.ต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร์ กล่าวในขณะประชุมว่า หลังได้รับหนังสือจากอดีต ส.ส.ร้องเรียนมายังคณะกมธ.ต่างประเทศ ในกรณีดังกล่าว ได้ลงมาติดตามผลว่าคดีขัดข้องส่วนใด รวมทั้งแนวเขต ซึ่งจากการติดตามผลในครั้งนี้ ทุกคนยืนยันว่าเกิดเหตุในฝั่งไทย จึงต้องทำให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน อย่างน้อยคำขอโทษของทางการมาเลเซียและการแสดงความรับผิดชอบแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย โดยจะติดตามเรื่องนี้ให้เกิดผลอย่างดีที่สุด ตามบทบาทที่มี เราต้องปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องคนไทย และจะเชิญท่านทูตมาเลเซียมาพูดคุยกันในเรื่องนี้ เมื่อมีผู้เสียชีวิต จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้แต่ทั้งนี้การพูดคุยจะเป็นบรรยากาศแบบมิตร และไม่กระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างบ้านพี่เมืองน้อง
นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.สตูล ได้รายงานในที่ประชุมว่า ความช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียเสาหลักของครอบครัว ทั้งเรื่องของการมอบถุงยังชีพ สร้างอาชีพโดยทางประมงได้ซ่อมเรือและซื้ออวนให้แทนของเก่าที่จมไปกับทะเล การชำระหนี้กับทางธกส.จากต้องชำระให้หมดภายในปี63 จำนวน 3 แสนบาทให้ทยอยจ่ายภายใน 15 ปี ส่วนเรื่องแนวเขตนั้นจะใช้งบจังหวัดติดตั้งเครื่องหมายแสดงเขตแดนทางทะเล โดยใช้ทุ่นลายน้ำทรงกลม พิกัดวางทุ่น 4 จุด ห่างจากแนวเขตชายแดนไทย-มาเลเซียประมาณ 400 เมตรเพื่อเป็นการบอกแนวเขตให้กับชาวประมงพื้นบ้านได้รับทราบเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับชาวประมงพื้นบ้านด้วย.
กรณีเรือตรวจการณ์หน่วยลาดตระเวนชายฝั่งของมาเลเซียหรือหน่วยMMEA ได้ชนเรือประมงพื้นบ้านของชาวบ้านต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล ที่หาปลาอยู่บริเวณเขตรอยต่อน่านน้ำไทย-มาเลเซีย เป็นเหตุให้นายสุริยา เต๊ะปูยู ชาวประมงพื้นบ้านเสียชีวิต เมื่อต้นเดือนกันยายน 2563 ซึ่งการกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่เนื่องจากมีเขตแดนติดกันและถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุขณะที่ทางการมาเลเซียเองไม่แสดงตนออกมารับผิดชอบหรือให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม แม้แต่การค้นหาศพ