แม่ทรหดวัย 61 ปี เลี้ยงดูลูกพิการแต่กำเนิดนานถึง 26 ปี ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก
( 7 ธ.ค. 63 ) ไปดูคุณแม่คนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างทรหดอดทนเป็นที่สุด เลี้ยงดูแลลูกชายที่พิการมาตั้งแต่กำเนิด จากออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ช่วงตอนเป็นเด็กและเริ่มเจริญเติบโตร่างกายค่อยเล็กลีบลงเรื่อย ๆ จนพิการไปในที่สุด ด้วยจิตสำนึกความเป็นแม่ที่รักลูก ถึงลำบากแค่ไหนแม่คนนี้ยอมทำเพื่อลูกได้ บางครั้งถึงขั้นไปขอข้าววัดที่เหลือจากการบิณฑบาตนำมาป้อนให้ลูกชายกินประทังชีวิตหวังให้ลูกอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ
จากสภาพบ้านที่ปลูกด้วยปูนชั้นเดียวในสภาพเก่า อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 2 ต.ดอนแร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ด้านในเป็นที่อยู่อาศัยของนางไพรศรี อมดวง อายุ 61 ปี ใช้ชีวิตอยู่กับนายชาตรี ขจรวิวัฒน์กุล หรือ น้องโอ๊ต อายุ 26 ปี ที่พิการแต่กำเนิด นอนอยู่บนที่นอน มีนางไพรศรี มารดาคอยดูแลนำสำลีชุบน้ำยาค่อย ๆ แปรงถูฟันให้ลูกชาย ที่อยู่ในสภาพร่างกายบี้แบนผิดรูป แขน ขาลีบ มือหงิกงอ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ทุกวันตอนเช้าก็จะคอยเช็ดตัว ทำความสะอาดร่างกายอยู่อย่างลำบาก ดำรงชีพด้วยได้เงินจากเบี้ยผู้สูงอายุที่ได้จากหน่วยงานภาครัฐเดือนละ 600 บาท ได้เงินเบี้ยพิการของลูกชายเดือนละ 800 บาท แต่ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอต่อการใช้จ่าย จึงออกไปรับจ้างล้างจานที่ข้างบ้านที่เปิดเป็นร้านขายข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ได้ค่าแรงนำมาใช้จ่ายวันละ 60 บาท เลี้ยงครอบครัว โดยต้องทิ้งลูกชายไว้บนรถเข็นให้อยู่คนเดียวด้วยความจำเป็น พอเสร็จงานบางช่วงก็จะรีบกลับมาดูลูกด้วยความเป็นห่วง
นางไพรศรี อมดอง ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า ที่บ้านอยู่กัน 3 คน มีลูกชายคนโต และลูกชายคนเล็กที่พิการ ก่อนหน้านี้ได้เลี้ยงดูแลยายที่พิการมาก่อน และได้เสียชีวิตไปแล้ว คงเหลือแต่ลูกชายที่พิการและยังคงดูแลอยู่ต่อไป อดีตตนทำงานเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้อยู่โรงพยาบาลราชบุรีแต่ได้ลาออกมาแล้ว เพื่อต้องมาดูแลยาย และดูแลลูกชายที่พิการ หลังจากที่ออกจากที่ทำงานมาจึงหางานรับจ้างทั่วไป เช่น ล้างจานที่บ้านของชาวบ้านเปิดเป็นร้านค้า ช่วงหน้าฝนเป็นหน้าหน่อไม้ขึ้นก็จะไปหาหน่อไม้ไปขาย บางทีก็จะพาลูกชายไปทำบุญที่วัดนาหนองใกล้บ้าน เสร็จจากการทำบุญก็จะเอาข้าวก้นบาตรพระมาให้ลูกชายกิน
ช่วงที่ตนเองตั้งท้องก็ไม่รู้ว่าลูกในท้องจะคลอดออกมาเป็นแบบนี้ด้วยอายุในขณะนั้นมีอายุมากกว่า 30 ปี หลังที่ลูกคลอดออกมาได้เลี้ยงดูแลด้วยความรักเอาใจใส่ เช็ดตัว ล้างหน้า แปรงฟัน จนค่อยเติบโตขึ้น มีเพียงเบี้ยพิการและเบี้ยผู้สูงอายุที่เอามาดูแล แต่ก็ยังไม่พอใช้จ่าย เพราะต้องนำไปซื้อข้าวสาร แพมเพิสผู้ใหญ่ นม และของใช้อื่นๆแม้จะเหนื่อยแต่ก็ไม่ท้อแท้เพราะเขาเป็นลูกเรา วันไหนว่างๆจะเอาลูกนั่งรถเข็นไปเที่ยวที่วัดให้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ลูกชายมีความรู้สึกรับรู้ได้ เพียงแต่พูดไม่ได้ เราจะสื่อสารกับลูกได้แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานจึงจะฟังกันรู้เรื่อง