โคราชยื่นหนังสือจี้รองประธานอุตสาหกรรมเอาผิดรง.แปรสภาพขนไก่ลักลอบทิ้งน้ำเสียทำปลาในแม่น้ำมูลตาย

ภูมิภาค18 พ.ค. 2567 • 13:54 น.โดย เกษม ชนาธินาถ 
โคราชยื่นหนังสือจี้รองประธานอุตสาหกรรมเอาผิดรง.แปรสภาพขนไก่ลักลอบทิ้งน้ำเสียทำปลาในแม่น้ำมูลตาย

จากกรณีเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม   โรงงานแปรสภาพขนไก่ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ได้ลักลอบปล่อยน้ำทิ้งที่ไม่ผ่านการบำบัดน้ำเสียลงสู่แม่น้ำมูล ทำให้สภาพน้ำดิบช่วงเส้นทางน้ำธรรมชาติไหลผ่าน ต.โชคชัย ต.ท่าอ่าง ต.ด่านเกวียน ต.ละลมใหม่พัฒนา และ ต.ท่าจะหลุง อ.โชคชัย คุณภาพน้ำมีสีเขียวส่งกลิ่นเหม็น ปริมาณสารละลายสูงเกินมาตรฐานส่งผลให้ปลาเคล้า ปลาตะเพียน ปลาขาวและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ น้ำหนักรวมประมาณ 3 ตัน ลอยตายบนผิวน้ำเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร โดยทางผู้บริหารโรงงานยอมรับเป็นต้นเหตุให้ปลาและสิ่งมีชีวิตตายรวมทั้งยินยอมรับผิดชอบค่าชดเชยเยียวยาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมทั้งหมดรวมทั้งได้ดำเนินการตามข้อสั่งการให้รื้อถอนท่อระบายน้ำลงแม่น้ำมูลและปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพภายใน 24 ชั่วโมง ตามที่เสนอข่าวมาเป็นลำดับ

ล่าสุด วันที่ 18 พ.ค ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย (พท.) อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นายอภิชา  เลิศพชรกมล ส.ส. เขต 10 จ.นครราชสีมา พท. ในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้มอบหมายให้นายซ้าย  ผลกระโทก สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นครราชสีมา เขต อ.โชคชัย และผู้นำชุมชนเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับนายรชตะ  ด่านกุล ส.ส. เขต 15 จ.นครราชสีมา พท. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม กรณีโรงงานปล่อยน้ำเสียลงลุ่มน้ำมูล ทำให้เกิดความเสียหายและความตกใจกับพี่น้องประชาชนพื้นที่ 5 ตำบล อ.โชคชัย ที่ใช้น้ำอุปโภค บริโภค ได้รับความเดือดร้อนและผู้ประกอบอาชีพหาปลาเลี้ยงชีพขาดรายได้ ซึ่งเส้นทางน้ำธรรมชาติยังเป็นแหล่งรวมน้ำดิบผลิตน้ำประปาให้กับประชาชน อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เมือง นครราชสีมา โดยมีจำนวนผู้ใช้น้ำรวมหลายแสนคน จึงขอให้คณะกรรมาธิการ ฯ ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อป้องภัยที่อาจเกิดขึ้นอีกและเป็นตัวอย่างแก่โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากที่ลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ 

ด้านนายรชตะ กล่าวต่อว่า ตนจะนำปัญหาข้อร้องเรียนเสนอต่อคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและต้องรับผิดชอบกำกับดูแล ตรวจสอบบังคับการใช้กฎหมายต่อผู้ประกอบการที่กระทำผิดให้ปฏิบัติตามหลักการที่ถูกต้อง เน้นเยียวยาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำเสีย เนื่องจากน้ำคือชีวิตเป็นทรัพยากรสำคัญและที่เกิดเหตุเป็นแหล่งน้ำที่ใช้ผลิตน้ำประปาสำคัญ ถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว

ในขณะเดียวกันหน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11 โดยนายบัญชา ขุนสูงเนิน ผู้อำนวยการส่วนตรวจและบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา (สคพ.11 นม.) พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยปกครอง อ.โชคชัย สำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าอ่าง ผู้นำชุมชนและประชาชนรวมทั้งผู้แทนโรงงานแปรสภาพขนไก่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการประเมินค่าเสียหายจากการระบายน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำมูล โดยมีประชาชนจิตอาสาช่วยกันเก็บกู้ซากปลา เพื่อประเมินปริมาณและชนิดของปลาจากนั้นได้นำซากปลาและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ น้ำหนักรวมประมาณ 3 ตัน ไปกำจัดโดยฝังกลบในดิน จากนั้นได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำภาคสนาม บริเวณจุดที่พบปลาตาและในบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงาน พบค่าแอมโมเนียอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

ทั้งนี้ สคพ.11 นม. ได้ชี้แจงแนวทางชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา 96 และ 97 ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ประกอบด้วย มาตรา 96 วรรคหนึ่ง ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้น้ำและระบบผลิตประปา มาตรา 96 วรรคสอง ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานของรัฐที่เข้าไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อขจัดมลพิษ รวมทั้งมาตรา 97 ค่าเสียหายกรณีปลาตาย รวมทั้งการฟื้นฟูพันธุ์ปลาและค่าเสียหายฟื้นฟูคุณภาพน้ำ โดยประเมินจากค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสียที่โรงงานระบายลงสู่แม่น้ำมูล อัตราการระบายน้ำทิ้ง 490 ลบ.ม. ซึ่งผู้แทนโรงงานได้รับทราบแนวทางเบื้องต้น เพื่อพิจารณากำหนดการชดใช้ค่าเสียหายและชดเชยเยียวยาผลกระทบให้เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย