อลังการ!! คู่บ่าวสาวกว่า 32 คู่ร่วมพิธีแต่งงานของชาวกูยโบราณ จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง หนึ่งเดียวในโลกที่สุรินทร์
จังหวัดสุรินทร์จัดงานพิธีแต่งงานของชาวกูยโบราณ หรือซัตเต และจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง หนึ่งเดียวในโลกหวานรับวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ. สุรินทร์ โดยปีนี้มีคู่บ่าวสาวจากทั่วประเทศ และต่างประเทศเข้าร่วมพิธีกว่า 32 คู่
ที่ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ต. กระโพ อ. ท่าตูม จ.สุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ (ททท.) องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์(อบจ.) องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ องค์การบริหารส่วนตำบล กระโพ (อบต.) จัดงานประเพณี "แต่งงานแบบของชาวกูยโบราณ หรือซัตเต และจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง" หนึ่งเดียวในโลก ประจำปี 2562 หวานรับวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ณ บริเวณปรัมพิธี ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยมีนายพรพจน์ บัณฑิตยานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์
โดยในปีนี้ จังหวัดสุรินทร์จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เหมือนเช่นทุกปี เน้นความขลังของประเพณีแต่งงานแบบ ชาวกูยโบราณ หรือ ซัตเต ความสวยงามและยิ่งใหญ่ของขบวนแห่ขันหมากของเจ้าบ่าว และขบวนช้างแห่คู่บ่าวสาวเพื่อมอบทะเบียนบนหลังช้างที่มีช้างเข้าร่วมกว่า 50 เชือก และความยิ่งใหญ่ของการจดทะเบียนสมรสบนหลังช้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยในปีนี้มีคู่บ่าวสาวร่วมในพิธีกว่า 32 คู่ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าเที่ยวชม และร่วมพิธีกันอย่างคับคั่ง
สำหรับประเพณีแต่งงานของชุมชนชาวกูยโบราณ หรือ ซัตเต พิธี “ซัดเต” เป็นการสู่ขวัญคู่บ่าวสาวแบบชาวกวย และจะมีพิธีแห่ขันหมากบนหลังช้าง การเลี้ยงอาหารช้างเพื่อความเป็นสิริมงคล และร่วมนั่งช้างจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง ที่ถือว่าเป็นสัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสัตว์แห่งความเป็นมงคล มีการประกอบพิธีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ตั้งแต่งการแต่งกายของเจ้าบ่าวจะต้องนุ่งโสร่งไหม เสื้อแขนยาวสีขาว ผ้าไหมพาดบ่า พร้อมด้ายมงคลสามสีสวมศีรษะ ( ด้ายสีแดง ขาว น้ำเงินและทาด้วยข้าวเหนียว ) เจ้าสาวต้องนุ่งผ้าไหมซิ่นลายกวย เสื้อแขนกระบอกสีอ่อน ( ขาว ครีม หรือชมพู ) พาดด้วยสไบสีแดง และศีรษะสวม “จะลอม” (มงกุฎที่ทำจากใบตาล) ต่อมาเจ้าบ่าวจัดขบวนขันหมากช้างไปรับเจ้าสาว ก่อนจูงมือกันเข้าประกอบพิธีตามลำดับสำคัญ คือ พิธีสวมด้ายมงคลบ่าวสาว บายศรีสู่ขวัญและพิธีถอดคางไก่เสี่ยงทายชีวิตคู่บ่าวสาวโดยหมอพราหมณ์ รวมถึงเลี้ยงบุฟเฟ่ต์อาหารช้างเพื่อความเป็นสิริมงคล
โดยจังหวัดสุรินทร์จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันวาเลนไทน์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ เสริมสร้างความเข้มแข็ง ความอบอุ่น และความผูกพันระหว่างสามีและภรรยา ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์ วัฒนธรรมประเพณีการแต่งงานของชุมชนพื้นเมืองสุรินทร์ (กลุ่มชาติพันธุ์ กวย หรือ กูย) อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้าง อันจะนำไปสู่โครงการ Elephant World แหล่งท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ของโลกอีกด้วย