ประตูระบายน้ำศรีสองรักฯ แก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง ช่วยปชช.ลุ่มน้ำเลย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำรัสไว้เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2532 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ความตอนหนึ่งว่า “..เรื่องนํ้านี้ก็เป็นปัจจัยหลักของมวลมนุษย์ ไม่ใช่มนุษย์เท่านั้น แม้สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ทั้งสัตว์ ทั้งพืช ถ้าไม่มีก็อยู่ไม่ได้ เพราะว่านํ้าเป็นสื่อ หรือเป็นปัจจัยสำคัญของสิ่งมีชีวิต แม้สิ่งไม่มีชีวิตก็ต้องการนํ้าเหมือนกัน มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นอะไรไม่ทราบ เช่น ในวัตถุต่าง ๆ ในรูปผลึก ก็ต้องมีนํ้าในนั้นด้วย ถ้าไม่มีนํ้าก็จะไม่เป็นผลึก กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีรูป ฉะนั้นนํ้าก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่กล่าวถึงข้อนี้ก็จะให้ได้ทราบถึงว่าทำไมการพัฒนาขั้นแรกหรือสิ่งแรกที่นึกถึงก็คือโครงการชลประทาน แล้วก็โครงการสิ่งแวดล้อมทำให้นํ้าดีสองอย่างนี้ อื่น ๆ ก็จะเป็นไปได้ถ้าหากว่าปัญหาของนํ้านี้เราได้สามารถที่จะแก้ไขหรืออย่างน้อยที่สุด ก็ทำให้เรามีนํ้าใช้อย่างเพียงพอ ฉะนั้น การพัฒนานั้นสิ่งสำคัญก็อยู่ตรงนี้ นอกจากนั้นก็เป็นสิ่งที่ต่อเนื่อง เช่น วิชาการในด้านการเพาะปลูก เป็นต้น ตลอดจนถึงการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม หรือ การค้า หรือ การคลัง อะไรพวกนี้ก็ต่อเนื่องต่อไป...”
ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนางานด้านชลประทาน และได้ทรงริเริ่มโครงการตามพระราชดำริมากมาย เพื่อพัฒนางานชลประทานในประเทศ
"ลุ่มน้ำเลย" มีพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 3,560 ตารางกิโลเมตร มีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยประมาณ 1,132 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จนถึงปัจจุบันกรมชลประทาน ได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแล้วเสร็จจำนวน 151 โครงการ เป็นพื้นที่รับประโยชน์ 140,948 ไร่ เป็นพื้นที่ชลประทาน 57,171 ไร่ รวมปริมาณน้ำเก็บกักได้ 85.43 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นร้อยละ 7.55 ของปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย) สำหรับปริมาณน้ำท่าที่เหลืออีกร้อยละ 92.45 ไหลหลากลงสู่แม่น้ำโขงโดยเปล่าประโยชน์ ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตรกรรม ปัญหาภัยแล้งและปัญหาอุทกภัยนํ้าท่วม เมื่อครั้งปี 2545 เคยเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในท้องที่ จ.เลย มีมูลค่าความเสียหายอย่างมหาศาล เนื่องจากลุ่มน้ำเลยช่วงต้นน้ำลักษณะเป็นภูเขา ลำน้ำมีความลาดชันสูง เมื่อมีปริมาณน้ำหลากในฤดูฝนจะมาเร็วและแรง ช่วงตอนกลางของแม่น้ำเลย บริเวณ อ.เมืองเลย ความลาดชัดของลำน้ำน้อย และตอนล่างของแม่น้ำเลยก่อนถึงบริเวณปากแม่น้ำโขงลำน้ำ มีลักษณะคดเคี้ยว ประกอบกับช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคมของทุกปีระดับน้ำของแม่น้ำโขงบริเวณปากแม่น้ำเลยเพิ่มสูงขึ้น และ ไหลย้อนเข้ามาในแม่น้ำเลยเป็นระยะทาง 20-30 กิโลเมตร ทำให้ จ.เลย และ พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเลยถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย รวมถึงปัจจุบันยังไม่มีการพิจารณาก่อสร้างอาคารชลประทาน ที่ใช้ควบคุมการระบายน้ำ และ ส่งน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกผืนใหญ่สองฝั่งแม่น้ำเลยซึ่งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำเลยตอนล่าง ในปี 2556 ที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเชียงคาน จ.เลย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเลยตอนล่าง ซึ่งดำเนินการจัดทำรายงานการศึกษาวางโครงการ ( Pre-Feasibility ) แล้วเสร็จไปเมื่อราวเดือนกันยายน 2556
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 ครม.มีมติอนุมัติในหลักการให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เชียงคาน จ.เลย ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 - 2566) วงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท และ งบประมาณในการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภค รวมทั้งเพื่อบรรเทาอุทกภัยในฤดูน้ำหลากและเพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ของ จ.เลย ในด้านพัฒนาการท่องเที่ยวและพัฒนาคน สังคม คุณภาพชีวิตทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตด้านการเกษตรเพื่อสนับสนุนการค้า การลงทุน ภายหลังจากกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเวทีรับความคิดเห็นจากทุกฝ่ายในโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก อ.เชียงคาน จ.เลย เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำเลยตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งมีมติเห็นชอบให้กรมชลประทานเดินหน้าก่อสร้าง และ ทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่อยู่เขตก่อสร้าง โดยมีตัวแทนภาครัฐ เอกชน กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านมีความกังวลเรื่องปัญหาอุทุกภัยน้ำท่วมเหมือนกับปี 2545 ที่ผ่านมา
ประตูระบายน้ำศรีสองรัก มีลักษณะเป็นอาคารที่สามารถควบคุมบานสำหรับยกระดับน้ำ และระบายน้ำเพื่อควบคุมน้ำให้อยู่ในระดับที่ต้องการ สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 2,500 ล้านลูกบาศก์เมตร/วินาที ติดตั้งบานระบายแบบตรง ขนาดกว้าง 15 เมตร สูง 13.20 เมตร จำนวน 5 ช่องบาน และอีกฝั่งทางด้านลำน้ำเดิมจะมีการสร้างประตูระบายน้ำลำน้ำเดิมขึ้นอีกแห่ง เพื่อยังคงรักษาระบบนิเวศในลำน้ำเดิมให้คงอยู่ เมื่อก่อสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรักและอาคารประกอบต่างๆ พร้อมก่อสร้างระบบชลประทานประกอบด้วย สถานีสูบน้ำและท่อส่งน้ำยาวรวม 99 กิโลเมตร แล้วเสร็จ จะสามารถส่งน้ำเพื่อสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมจำนวน 72,500 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 7 ตำบล ของ อ.เชียงคาน ได้แก่ ต.เชียงคาน ต.นาซ่าว ต.ปากตม ต.หาดทรายขาว ต.เขาแก้ว ต.จอมศรีและ ต.ธาตุ อีกทั้งสามารถเก็บกักน้ำในลำน้ำหรือแม่น้ำเลยได้ จำนวน 6 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายชยันต์ เมืองสง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน กล่าวว่ากรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พลิกมิติการออกแบบ โดยใช้หลักการงานสถาปัตยกรรมเข้ามากำหนดทิศทาง การออกแบบพัฒนาพื้นที่โครงการและประตูระบายน้ำให้มีความสวยงามทันสมัย และ สะท้อนเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม จ.เลย ไม่เพียงแต่ในด้านความงามในสถาปัตยกรรม แต่ยังต้องทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำได้อีกด้วย โครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม และบรรเทาอุทกภัย ทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเลย โดยการขุดช่องลัดและสร้างประตูระบายน้ำ ณ บริเวณบ้านคกมาด ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำเลยก่อนบรรจบแม่น้ำโขง
“ประตูระบายน้ำศรีสองรัก จึงเป็นเครื่องมือบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเลยที่สำคัญ ช่วยให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเลยไม่ไหลทิ้งลงแม่น้ำโขงโดยเปล่าประโยชน์ และในปีที่แม่น้ำเลยมีปริมาณน้ำมาก การสร้างประตูระบายน้ำโดยการขุดช่องลัดซึ่งมีความยาว 1 กิโลเมตร จะทำให้ลำน้ำตัดตรงแทนการคดโค้ง การระบายน้ำในแม่น้ำเลยจะไหลลงแม่น้ำโขงได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และ ตัวประตูระบายน้ำสามารถควบคุมบานระบายโดยการยกบานพ้นน้ำให้มีสภาพการไหลของน้ำเหมือนสภาวะที่ไม่มีอาคารประตูระบายน้ำได้และ หากในกรณีที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีความสูงมากกว่าระดับน้ำในแม่น้ำเลย จะสามารถปิดบานระบายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำในแม่น้ำโขงหนุนเข้ามาในแม่น้ำเลย เพื่อให้คนพื้นถิ่นมีอาชีพ มีรายได้อย่างยังยืน เป็นจุดเริ่มต้นความเข้มแข็งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนลุ่มน้ำเลย จ.เลยและอีสานตอนบน” นายชยันต์ กล่าว
ด้านนายวชิระ เอี่ยมลออ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 12 รับผิดชอบโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เชียงคาน จ.เลย กล่าวว่า การดำเนินการก่อสร้างโครงการ ฯ มีพื้นที่ที่ต้องใช้ในการก่อสร้างโครงการ จำนวน 724 ไร่ ส่งผลกระทบแก่ราษฎรที่เข้าไปทำกินบริเวณหัวงานประมาณ 75 ราย ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมชลประทาน) ได้เตรียมมาตรการและงบประมาณรองรับ สำหรับจ่ายค่าทดแทนทรัพย์สินไว้ในค่าก่อสร้างโครงการแล้ว กรมชลประทาน ได้เตรียมพร้อมรายละเอียด แบบแปลน แผนการในโครงการก่อสร้างทั้งระบบ กรอบวงเงิน 5,000 ล้านบาท แยกเป็นประตูน้ำศรีสองรัก 2,700 ล้านบาท ระบบส่งน้ำฝั่งซ้าย-ขวา 1,500 ล้านบาท ค่าทดแทนทรัพย์สินให้ชาวบ้าน 80 ครัวเรือน รวม 100 ล้านบาท จ่ายค่าต้นไม้ ค่าบ้านเรือน ที่ทำกินอยู่ในที่ดินของ ส.ป.ก. 720 ไร่และค่าก่อสร้างอื่น ๆ 700 ล้านบาท