ลูกชาวสวนมะพร้าวจาก'คณะก้าวหน้า' เสนอทางออกแก้ปัญหาใช้ลิงกังเก็บผลผลิตเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม

ภูมิภาค8 ก.ค. 2563 • 15:11 น.
ลูกชาวสวนมะพร้าวจาก'คณะก้าวหน้า' เสนอทางออกแก้ปัญหาใช้ลิงกังเก็บผลผลิตเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม
วันที่ 8 กรกฎาคม นายอนุชา รุ่งมรกต อายุ 30 ปี ชาว อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะผู้ประสานงานพื้นที่ภาคกลาง”คณะก้าวหน้า” เปิดเผยว่า ในฐานะนักการเมืองและเป็นลูกชาวสวนมะพร้าว กรณีมะพร้าวกับลิงกัง ที่มีการถกเถียงโดยมีมุมมองของคนรักสัตว์และกลุ่มที่ทำอาชีพชาวสวนมะพร้าวโดยใช้ลิงกังในการประกอบอาชีพตามวิถีดั้งเดิมของคนในชุมชนชาวสวนมะพร้าวมาอย่างยาวนานขอยืนยันว่าการประกอบอาชีพเก็บมะพร้าว ก็รักและดูแลลิงกังเสมือนคนในครอบครัว ขณะที่อาจจะมีคนเก็บมะพร้าวส่วนน้อยไม่กี่คนที่ ดุด่า หรือตีลิงกังเพื่อให้เชื่อฟังและใช้งานเหมือนทาส “ปัจจุบันคนเก็บที่ใช้ลิงกังมีน้อยมาก เพราะส่วนมากจะใช้ไม้สอย สำหรับต้นมะพร้าวที่มีอายุมากและลำต้นสูงไม้สอยไม่ถึง จะมีมากในพื้นที่ อ.ทับสะแก และ อ.บางสะพาน จะใช้ลิงกังเก็บให้ ราคาลูกละ1.50-2บาท โดยมีโรงเรียนฝึกหัดลิงกัง ตัวละประมาณ 4 หมื่นบาท และการใช้ลิงกังจะมีการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นระบบ”นายอนุชา กล่าวและว่า หลังจากมีการประกาศแบนมะพร้าวไทย ทุกฝ่ายควรมีเสนอข้อเสนอและทางออกที่เหมาะสม นายอนุชา กล่าวว่า ในอนาคตขอเสนอให้มีการจัดทำข้อมูลผลผลิตมะพร้าวในไทย แยกประเภทมะพร้าวน้ำหอม และมะพร้าวกะทิให้ชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการจัดทำข้อมูลและที่มาการผลิตที่แตกต่างกันในการผลิตมะพร้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ไขปัญหาการนำเข้ามะพร้าวจนทำให้ราคาตกต่ำ นอกจากนั้นควรยกระดับการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี การเก็บเกี่ยวผลผลิตมะพร้าว สำหรับต้นที่สูงเกินกว่าที่คนจะสอยได้ เพื่อลดการใช้แรงงานและลดต้นทุนการผลิต มีการยกระดับภูมิปัญญาการใช้ลิงกังเก็บมะพร้าวเป็น “สินค้าทางวัฒนธรรม” สร้างความเข้าใจการใช้ลิงกังเก็บมะพร้าวกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ “ มีการยกระดับการดูแลสวัสดิภาพการใช้แรงงานสัตว์ ระบบใบอนุญาตและกำกับดูแลสิทธิของสัตว์ รวมทั้งแก้ไขปัญหาของชาวสวนมะพร้าว จากการนำเข้าและลักลอบนำเข้ามะพร้าวทำให้ราคาผลิตตกต่ำ ปัญหาหนอนหัวดำที่ผ่านมายาวนานหลายรัฐบาล โดยคาดว่าอีก10ปีมะพร้าว ใน อ.ทับสะแก อ.บางสะพานที่เป็นพื้นที่ปลูกมะพร้าวมากที่สุดในประเทศไทยจะลดลงอย่างมาก สำหรับการแก้ไขปัญหาต้องมาจากการถกเถียง จากหลายภาคส่วน รวมทั้งการสร้างการมีส่วนร่วม การจัดการอย่างเป็นระบบ”นายอนุชา กล่าว/////