"ไผ่ ดาวดิน" นำแกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที รายงานตัวต่อศาลแขวงขอนแก่น ขณะที่ "เพนกวิน" ส่งทนายมาพบอ้างติดสอบ นัดสืบพยาน มีค.64

ภูมิภาค2 ธ.ค. 2563 • 18:45 น.โดย จักรพันธ์
"ไผ่ ดาวดิน" นำแกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที รายงานตัวต่อศาลแขวงขอนแก่น ขณะที่ "เพนกวิน" ส่งทนายมาพบอ้างติดสอบ นัดสืบพยาน มีค.64
จากกรณีที่พนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น ได้มีคำสั่งฟ้อง นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายธนภณ เดิมทำรัมย์ หรืออาร์ตยุ่น, นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือเซฟ, นายปฎิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ต่อศาลแขวงขอนแก่นในฐานความผิดร่วมกันจัดให้มีกิจกรรม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกัน หรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค กระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตราย หรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรค ซึ่งศาลแขวงขอนแก่น มีคำสั่งให้ประกันตัว ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ และให้ทั้งหมดมารายงานตัวต่อศาล ในวันที่ 2 ธ.ค.2563 หากไม่มารายงานตัวมีคำสั่งปรับคนละ 20,000 บาทและออกหมายจับ ซึ่งเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 ธ.ค.2563 ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อมารายงานตัวต่อศาลตามหมายนัด ขาดเพียงนายพริษฐ์ เพียงคนเดียวที่ส่งทนายความมา เนื่องจากติดสอบ โดยเมื่อทุกคนเดินทางมาถึงได้เข้ารายงานตัวต่อศาลทันที โดยที่ศาลไม่อนุญาติให้สื่อมวลชนและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังหรือถ่ายภาพในเขตอำนาจศาลแต่อย่างใด โดยศาลใช้เวลาในการนัดรายงานตัว ของผู้ต้องหาทั้งหมดนานกว่า 3 ชม. ก่อนจะอนุญาติปล่ยตัวผู้ต้องหาทั้งหมด นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือเซฟ กล่าวว่า วันนี้ผู้ต้องหาทุกคนยังคงให้การปฎิเสธ โดยเดินทางมาที่ศาลแขวงทั้งหมด 4 คนขาดเพนกวินที่ติดสอบที่กรุงเทพฯขั้นตอนต่อไปนัดสืบพยานเดือน มี.ค.2564 ทั้งหมด 5 วัน คือในวันที่ 15-19 มีนาคม 64 ซึ่งใกล้จะจบกระบวนการแล้ว "สำหรับคดีตอนนี้เรามีทีมทนายจากศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชนก็จะมีทนายที่หมุนเวียนทั้งจากที่กรุงเทพฯและทนายที่เป็นเครือข่ายของศูนย์พัฒนาสิทธิมนุษยชนในพื้นที่มาร่วมกันทำคดี ซึ่งทั้งทนายจากกรุงเทพฯและทนายในพื้นที่จะร่วมกันทำคดีซึ่งวันนี้ทั้ง 5 คนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาซึ่งมีข้อหาทั้งหมด 3 ข้อกล่าวหาคือ พรก.ฉุกเฉิน พรบ.โรคติดต่อและ พรบ.เครื่องขยายเสียง ซึ่งเราให้การปฏิเสธทั้งสิ้น" นายวชิรวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า การชุมนุมของเราใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญและก็ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนซึ่งได้โต้แย้งข้อกล่าวหาไปเพราะว่าเราเชื่อว่าการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญนั้นย่อมพึงกระทำได้ในการชุมนุมเพราะว่ารัฐธรรมนูญรับรองสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมเอาไว้เพราะฉะนั้นกฎหมายที่มีลำดับศักดิ์ที่น้อยกว่านั้นก็ย่อมไม่สามารถบังคับใช้ได้