กลุ่มเพื่อนชวนไปตีผึ้งเอาน้ำหวาน หนึ่งคนหนีไม่ทันถูกฝูงผึ้งต่อยนับร้อยตัว

ภูมิภาค9 เม.ย. 2565 • 19:43 น.โดย กฤษดา เอกวานิช
กลุ่มเพื่อนชวนไปตีผึ้งเอาน้ำหวาน หนึ่งคนหนีไม่ทันถูกฝูงผึ้งต่อยนับร้อยตัว
กลุ่มเพื่อน 3 คน ชักชวนกันไปตีผึ้งเพื่อเอาน้ำหวานมาทานกัน สุดท้ายเจอผึ้งแตกรัง อีกคนวิ่งหนีไม่ทัน ถูกฝูงผึ้งนับร้อยตัว ต่อยฝังเหล็กในเต็มร่างกาย บอกเพื่อนเริ่มหายใจไม่ออก รีบเรียกรถพยาบาลและหน่วยกู้ภัย กลับมาอีกครั้งพบสิ้นใจแล้ว ท่ามกลางความเสียใจของภรรยา ที่รีบมาด่วนจากไป วันที่ 9 มีนาคม 2565 เวลา 12.45 น. ร.ต.ท.กรัณย์พล เพชรวงค์ รอง สว.(สอบสวน)สภ.ปากน้ำระนอง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกผึ้งต่อยเสียชีวิต บริเวณเขานางหงส์ ฝั่งตรงกันข้ามกับปากลำน้ำกระบุรี ต.เขานางหงส์ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง จึงประสานแพทย์นิติเวช รพ.ระนอง รุดเข้าร่วมชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต ซึ่งก่อนหน้าหลังเกิดเหตุ หน่วยกู้ชีพ รพ.ระนอง ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิระนองสงเคราะห์ ได้รับแจ้งเหตุ มีผู้ป่วยถูกผึ้งต่อยบาดเจ็บ เริ่มมีอาการหายใจไม่ออก จึงรีบเข้าทำการช่วยเหลือ โดยเดินเท้าขึ้นเขาในระยะทางสูงชันร่วม 200 เมตร หลังเข้าถึงตัวผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อต่อมา นายธีรศักดิ์ ลืมกลืน อายุ 42 ปี ปรากฏว่าแน่นิ่งไปก่อนหน้า ทำการตรวจม่านตา และจับชีพจร ไม่มีปฎิกริยาใดๆตอบสนอง ยืนยันการเสียชีวิต ก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ และเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ซึ่งจุดเกิดเหตุบริเวณใต้ต้นตาล พบถังหิ้วสีแดงมีรังผึ้งที่ถูกเก็บมา และมีผึ้งคอยรุมตอมอยู่ ยังพบบันใดอลูมิเนียมที่ใช้ปีนเพื่อตัดรังผึ้ง และมีรองเท้าแตะของผู้เสียชีวิตหลุดตั้งไว้ ขณะวิ่งลงเขาในระยะเพียง 8 เมตร ในจุดที่พบศพ ต่อมาได้ทำการลำเลียงร่างของนายธีรศักดิ์ ใส่เปลสนามและผูกเชือกหย่อนลงมาจากบนเขา เพื่อมาทำการชันสูตรพลิกศพกันบริเวณตีนเขา โดยตามร่างกายพบรอยผึ้งต่อยและฝังเหล็กในเป็นจำนวนมาก ทั้งบริเวณแขนขาและใบหน้าที่มีอาการบวมแดง ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากการแพ้พิษเหล็กในผึ้งอย่างรุนแรง ส่งผลต่อระบบการทำงานของอวัยวะภายใน ทั้งระบบการหายใจและระบบการเต้นของชีพจร จนเกิดอาการช็อคหัวใจล้มเหลวในเวลาต่อมา จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่ากลุ่มเพื่อน 3 คน ชักชวนกันมาตีผึ้ง เพื่อเก็บน้ำผึ้งรวงไปทาน ที่บริเวณเขานางหงส์ โดยจอดรถกันไว้ริมถนนสายบ้านเขานางหงส์ใกล้ท่าเรือน้ำลึก ปากแม่น้ำกระบุรี แนวชายแดนไทย-เมียนมา ขณะที่เพื่อนอีกคนกำลังตีผึ้งอยู่บนยอดเขา สองคนนั่งคอยอยู่ใต้ต้นตาล โดยผู้ตายได้ถือคบไฟที่จุดไล่ผึ้งออกจากรังไป ปรากฏว่าพออีกไม่นานฝูงผึ้งจำนวนมากย้อนกลับมาต่อย คนทั้งสอง จนต้องวิ่งเตลิดกันไปคนละทาง อีกคนรอดแต่ถูกผึ้งต่อยหน้าบวมปากบวม ส่วนผู้เสียชีวิตที่มีรูปร่างน้ำหนักร่วม 100 ก.ก. วิ่งไม่รอดแล้วล้มลงนั่ง คนอยู่ใกล้เหตุการณ์เข้ามาช่วยดับคบไฟที่หล่นใกล้ตัว และกำลังติดเศษไม้ใบไม้ ให้ดับลง โดยสอบถามกับนายธีรศักดิ์ทราบว่า มีอาการแพ้จากผึ้งต่อย เริ่มหายใจไม่ออก จึงรีบโทรหาหน่วยพยาบาลฉุกเฉิน และหน่วยกู้ภัย ให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์เสียชีวิตในเวลาต่อมา ชายคนรับจ้างถางสวน ที่เห็นเหตุการณ์ใกล้เคียง กล่าวว่า ผมมาถางสวนถางป่าตัดพวกกิ่งไม้และเถาวัลย์ ผมมองลงมาเห็นเค้าวิ่งกันลงมา จำนวน 2 คน ส่วนเพื่อนอีกคนก็ยังคงตีผึ้งอยู่ด้านบนเขา มาเดินมาใกล้อีกที ผมรีบมาดับคบไฟที่หล่นใกล้ตัว กับผู้เสียชีวิตที่นอนอยู่บนพื้น คาดว่าน่าจะวิ่งลงมาก่อนทิ้งตัวลงจุดเกิดเหตุ ซึ่งในขณะนั้นเค้ายังสามารถพูดได้อยู่ ผมได้รีบลงเขาไปคอยรับรถพยาบาลและหน่วยกู้ภัย กลัวเต้าขึ้นเขามาไม่ถูกทาง พอผมพาพี่เค้ามาถึงที่เกิดเหตุ พอวัดชีพจรได้อยู่พออีกไม่นานพี่ก็เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคนที่เป็นเซียนตีผึ้ง กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุผมตีผึ้งอยู่บนต้นไม้ พอตีผึ้งเสร็จกลับลงมามองไม่เห็นเพื่อน เพื่อนวิ่งมาหลบกันอย่งไรผมก็ไม่รู้ พอมาเจอกันเพื่อนบอกไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้วก็ช่วยกันบีบนวด และรีบเรียกรถพยาบาลมาช่วย ซึ่งตอนแรกยังคุยกันรู้เรื่องอยู่ สาเหตุเสียชีวิตน่าจะมาจากถูกผึ้งต่อย โดยทางญาติไม่ติดใจสาเหตุของการเสียชีวิต แพทย์นิติเวชให้ทางญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลในเย็นวันเดียวกัน ส่วนร้อยเวร พงส.สภ.ปากน้ำระนอง จะเรียกตัวกลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกัน ไปสอบสวนปากคำ เพื่อหาข้อเท็จจริงสาเหตุการเสียชีวิตประกอบกับผลพิสูจน์ทางแพทย์ต่อไป