รมว.สาธารณสุข ตรวจเยี่ยมสถานที่กักตรวจโรค State Quarantine พระภิกษุสงฆ์
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 เมษายน 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ตรวจเยี่ยมสถานที่กักตรวจโรค หรือ State Quarantine ซึ่งเป็นสถานที่กักตรวจโรคที่จัดไว้สำหรับพระภิกษุสงฆ์ ภิกษุณี ที่เดินทางกลับจากการแสวงบุญประเทศอินเดียจำนวน 226 รูป ในจำนวนนี้เป็นภิกษุณี 1 รูป ที่เดินทางกลับมาในประเทศไทยและถูกส่งมากักตรวจโรค 14 วันยังศูนย์พำนักสงฆ์กักตรวจโรค อำเภอบางบ่อ จ.สมุทรปราการ ในการนี้นายอนุทินฯ พร้อมคณะได้ร่วมกันถวายสังฆทานและภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมด ที่ถูกกักตรวจโรคอยู่ในพำนักสงฆ์แห่งนี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ยังคงมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองกลุ่มผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และนำเข้าสู่ระบบการกักตัวในสถานที่เฝ้าระวังโรคของรัฐ (State Quarantine) เพื่อป้องกันการนำเชื้อโควิด 19 เข้าสู่ประเทศ สำหรับพระภิกษุสงฆ์ ภิกษุณี ที่เดินทางกลับจากการแสวงบุญประเทศอินเดีย วันที่ 24 – 25 เมษายน 2563 จำนวนทั้งสิ้น 226 รูป ในจำนวนนี้เป็นภิกษุณี 1 รูป ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ใช้หลักเดียวกับคฤหัสถ์ในการป้องกันและควบคุมโรคเพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกันจะต้องเอื้อต่อวัตรปฏิบัติตามพระธรรมวินัยมีพุทธบัญญัติเป็นแนวปฏิบัติ โดยจัดสถานที่ State Quarantine จตุปัจจัย และของใช้ที่จำเป็นเหมาะสมกับพระสงฆ์ รวมทั้งทีมแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลสงฆ์ ได้กล่าวคำปวารณาตัวรับใช้ต่อหน้าคณะสงฆ์ในวันแรกที่รับเข้ามาดูแล
จากตรวจคัดกรองพบพระภิกษุ 1 รูป เป็นไข้หวัด ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลภูมิพล ส่วนอีก 225 รูป ไม่มีไข้ สุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรง มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และซึ่งในวันนี้เป็นวันที่ 5 ของการเฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อโควิดทุกรูป หากพระสงฆ์เจ็บป่วยหรือต้องการยา จะแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ติดต่อทีมแพทย์พยาบาลเพื่อสั่งการรักษาหรือให้ยา ทีมโรงพยาบาลสงฆ์จะเป็นผู้คัดกรองสิ่งของที่มีญาติโยมนำของมาถวาย โดยจะถวายพร้อมอาหารมื้อเพล และเมื่อครบการเฝ้าระวัง 14 วัน จะประสานกับกระทรวงคมนาคมจัดรถส่งกลับถึงภูมิลำเนาในกรณีไม่มีญาติโยมมารับ
สำหรับกฎระเบียบของทางการไทยยังเหมือนเดิม ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ ก็จะต้องถูกกักกันโรค 14 วันถ้าเป็นคนไทยก็ถูกกักกันโรค 14 วันเช่นเดียวกัน ช่วงนี้เป็นช่วงที่ยังไม่ควรที่จะทำการเดินทางเข้าออกต่างประเทศสำหรับคนไทย สำหรับคนต่างชาติก็เข้ามาก็คงจะต้องทำตามกฎระเบียบที่เราวางเอาไว้
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนในเรื่องที่มีการโพสต์ตามสื่อต่าง ๆ ว่ามีนักท่องเที่ยวจีนติดต่ออยากเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทย นั้นขณะนี้ยังบินเข้ามาไม่ได้ เพราะถ้าเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาก็ต้องถูกกักกันโรค 14 วันใครจะมา มันยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดให้มีการท่องเที่ยว เพราะตอนนี้ภัตตาคารก็ปิดโรงแรมก็ปิด ขอให้ควบคุมสถานการณ์ให้เรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ก็ดีขึ้น ทั้งนี้ทางศูนย์ปฏิบัติการโควิดก็ต้องหารือกันและก็มาตรการออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่มีการประชุมเป็นการรับทราบเรื่องกรอบมาตรการยอมรับว่าต้องมีการผ่อนคลายหลาย ๆ อย่าง แต่ว่าจะผ่อนคลายอย่างไรมีมาตรการอย่างไร ก็ต้องให้ผู้ปฎิบัติการคณะทำงานได้ประชุมหารือกันและก็นำเสนอ ซึ่งแต่ละจังหวัดก็มีปัจจัยพื้นฐานไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็กำหนดแค่กรอบและทางผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้ถืออำนาจอยู่แล้วตามพระราชบัญญัติโรคติดต่ออันตราย ท่านก็จะไปบังคับใช้ในวิธีการที่เหมาะสมในแต่ละจังหวัด
สมุทรปราการ สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์