ผู้ว่าฯ หนองคาย ลงพื้นที่ อ.โพธิ์ตาก อ.สังคม เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

ภูมิภาค23 ส.ค. 2563 • 17:01 น.โดย ภัทรวรินทร์
ผู้ว่าฯ หนองคาย ลงพื้นที่ อ.โพธิ์ตาก อ.สังคม เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม
วันที่ 23 ส.ค.63 ที่วัดธร บ้านสาวแล ต.โพธิ์ตาก อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เดินทางลงพื้นที่วางแผนเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม เพื่อดำเนินการตามข้อสั่งการของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายสมควร ใจซื่อ นายอำเภอโพธิ์ตาก พร้อมด้วย นายอชิรพัฒน์ สิงห์ทรายขาว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลด่านศรีสุข ,นายสุเทพ ทุมมาจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ตาก ,นายสมหวัง โคตรลาคำ ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาย่อยอำเภอโพธิ์ตาก พร้อมส่วนที่เกี่ยวข้องบรรยายให้ข้อมูลและความพร้อมหากเกิดสถานการณ์ขึ้นในพื้นที่ ซึ่ง นายวิรพัฒน์ อ่อนสุระทุม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ ปภ.หนองคาย ได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อวางแนวทางดูแลประชาชน จากนั้น นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้เดินทางไปที่วัดท่าสองคอน ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย โดยมี นายนพดล จอมเพชร นายอำเภอสังคม พร้อมด้วยนายศิริศักดิ์ เบ้าแก้ว นายองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง ,นายอนุวรรัตน์ ชานัย กำนันตำบลบ้านม่วง พร้อมส่วนที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลพื้นที่และความพร้อม ทั้งนี้สืบเนื่องจาก กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศของช่วงฤดูฝนของประเทศไทย โดยในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีโอกาสสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวมักก่อให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่ม ส่งผลต่ออันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และของรัฐ จังหวัดหนองคาย จึงได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดหนองคาย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือและบรรเทาภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ให้สามารถแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และทันต่อเหตุการณ์ โดยแต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์อุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม มีหน้าที่ติดตามวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ สภาวะอากาศ สภาพน้ำป่า น้ำหลาก การบริหารจัดการน้ำ แจ้ง เตือนภัยสู่ประชาชนก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ในพื้นที่ ส่วนมาตรการและแนวทางการเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มจังหวัดหนองคายมีการตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์อุทกภัย การเพิ่มประสิทธิภาพคูคลอง แหล่งน้ำต่างๆ การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก การปรับปรุงแผนการเผชิญเหตุอุทกภัยและดินถล่มของจังหวัด อำเภอให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งเตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้มีความพร้อมในการเผชิญเหตุตลอด 24 ชั่วโมง นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่าจากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ในหลายพื้นที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ตลอดจนทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยจังหวัดหนองคายมีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และของราชการ หากเกิดภัยพิบัติแล้วสามารถลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นลงได้ และสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จึงได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วนต่อไป โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด ดำเนินการตามแนวทางแผนเผชิญเหตุ ได้แก่ 1.ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นตามแหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งกักเก็บน้ำขนาดต่าง ๆ รวมถึงวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ แนวโน้ม และแจ้งเตือนให้อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป้องกันและแก้ไขปัญหา พร้อมแจ้งเตือนประชาชนทราบถึงแนวทางการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัย และช่องทางการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง 2.ตรวจสอบและเสริมความมั่นคงแข็งแรงเชิงโครงสร้างให้กับคันกั้นน้ำ สำหรับอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำไหลเข้าในปริมาณมาก พร้อมหาทางปรับปรุงแก้ไขหากพบความผิดปกติโดยเร่งด่วน 3.ให้มีการประเมินสถานการณ์ครอบคลุมทุกมิติ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าพื้นที่มีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ให้แจ้งเตือนและประกาศให้ประชาชนรับรู้จุดปลอดภัยที่ชัดเจน หรืออพยพประชาชนไปยังจุดปลอดภัยที่กำหนด พร้อมจัดกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ พร้อมจัดให้มีสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ การแจกจ่ายถุงยังชีพให้ครอบคลุมทั่วถึง และจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ 4.ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเบี่ยงบริเวณเส้นทางคมนาคมที่มีน้ำท่วมขัง และห้ามผ่านในเส้นทางที่เกิดน้ำหลาก หรือน้ำท่วมขังสูงโดยเด็ดขาด 5.ให้ความสำคัญกับการเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยซ้ำ โดยบูรณาการทุกภาคส่วนช่วยเหลือประชาชนตามแผนเผชิญเหตุ และเร่งฟื้นฟู เยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบซ้ำ และเมื่อสถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือและดำเนินการฟื้นฟูตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป โดย พล.อ.อนุพงษ์ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ และเร่งช่วยประชาชนให้ทันต่อสถานการณ์ โดยบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.