ตำรวจโคราช ล้อมจับยาบ้า สาดกระสุนใส่กันเองเจ็บ ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.สุภัทร พงษ์อุดทา รอง สว.(สอบสวน) สภ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งว่าเหตุตำรวจยิงกันที่บริเวณบ้าจหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 10 บ้านดอนวัว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ยงยศ พลเดช ผกก.สภ.สีคิ้ว พบร่างของ ร.ต.อ.สุวิศิษฐ์ ลาวงศ์ อายุ 52 ปี ตำรวจชุดสายสืบ สภ.สีคิ้ว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนกระสุนเข้าที่ต้นขาขวา และที่บริเวณแขนซ้าย จึงรีบนำตัวส่ง รพ.สีคิ้ว แต่เนื่องจากกระสุนตัดเข้าเส้นเลือดใหญ่ที่บริเวณโคนขาทำให้เสียเลือดมาก แพทย์จึงส่งตัวไปรับการผ่าตัดเป็นการด่วนที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา
พ.ต.อ.ยงยศ พลเดช ผกก.สภ.สีคิ้ว เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.สีคิ้ว ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาเสพยาบ้าได้ แล้วนำตัวมาสอบขยายผล โดยผู้ต้องหาให้การว่า ซื้อยาบ้ามาจากชายคนหนึ่ง ที่อยู่บ้านที่เกิดเหตุ ชุดสายสืบจึงนำกำลังตำรวจ 5 นาย ไปที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อตรวจค้นและจับกุม แต่ในขณะเดียวกันตำรวจชุดสายสืบของ สภ.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว ซึ่งจับกุมผู้เสพได้และให้การรับสารภาพว่า ซื้อยาบ้ามาจากชายที่บ้านเกิดเหตุเช่นเดียวกัน
ตำรวจชุดสายสืบ สภ.คลองไผ่ จึงนำกำลัง 5 นาย มาทำการล่อซื้อด้วย โดยตำรวจทั้ง 2 ท้องที่ไม่ได้ประสานเรื่องนี้กัน เมื่อตำรวจ สภ.คลองไผ่ เดินทางไปถึงและซุ่มดูความเคลื่อนไหวของคนในบ้าน เห็นตำรวจสืบสวน สภ.สีคิ้ว ถือปืนซุ่มอยู่ในป่ากล้วยข้างบ้านจึงร้องตะโกนให้ออกมามอบตัว ด้วยความมืดตำรวจทั้ง 2 ท้องที่จึงมองไม่เห็นกัน จึงสาดกระสุนใส่กันหลายสิบนัด ทำให้กระสุนปืนที่ยิงจาก ส.ต.อ.ศิริวัฒน์ มีแสง ตำรวจ สภ.คลองไผ่ ไปถูก ร.ต.อ.สุวิศิษฐ์ ลาวงษ์ ตำรวจสภ.สีคิ้ว ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ล่าสุดวันที่ 24 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวไปเดินทาง ไปยังบ้านที่เกิดเหตุ หมู่10 ต .ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านชั้นเดียวสีขาว ไม่พบมีผู้อาศัยอยู่ภายในบ้าน ตรวจสอบข้างบ้านพบรอยกระสุน 2นัด คราบเลือดติดอยู่ก้อนหิน และรอยเลือดเปรอะเลอะตามบริเวณพื้นข้างบ้าน หลังบ้านเป็นป่ากล้วยสภาพค่อนข้างรก มีเพื่อนบ้านอยู่ใกล้เคียงเกือบ10หลัง จากการสอบถามต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีใครอยู่ในเหตุการณ์ เนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุต่างไปทำงานยังไม่ได้กลับเข้าบ้าน
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภาค พล.ต.ต. อิทธิพล นาคคำ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมาได้เดินทางไปเยี่ยมตำรวจได้รับบาดเจ็บ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เบื้องต้นทราบว่าอาการพ้นขีดอันตราย อยู่ในการดูแลของแพทย์พยาบาลอย่าใกล้ชิด ทั้งนี้จะมีการช่วยเหลือเยียวยาเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย เนื่องจากทุกคนมีความตั้งใจในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของคดีอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนต่อไปโดยความเป็นธรรม