สองตายาย นั่งคุยถึงภัยแล้งเกิดเสียงระเบิดตูมไฟลุกไหม้บ้านวอดทั้งหลัง

ภูมิภาค26 ส.ค. 2563 • 09:44 น.โดย สุพรรณ
สองตายาย นั่งคุยถึงภัยแล้งเกิดเสียงระเบิดตูมไฟลุกไหม้บ้านวอดทั้งหลัง
วันนี้ (26 ส.ค.63) เวลา 08.30น. ร.ต.อ.สมเกียรติ นิยมเหมาะ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สำโรงทาบ อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ ที่บ้านเลขที่ 35/1 อียอ หมู่ที่7 ต.ศรีสุข อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์จึงซึ่งเป็นบ้านของนายสัท นิลทัย อายุ 75 ปีและนางบุญ นิลทัย อายุ 70 ปี หลังจากได้รับแจ้งได้ประสาน รถดับเพลิง ทั้งจาก อบต.ศรีสุข เทศบาลสำโรงทาบ อบต.หนองไผ่ล้อม เทศบาลตำบลหมื่นศรี ได้เดินทางไป ที่เกิดเหตุพร้อมกับได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ มาร่วมช่วยกันดับเพลิงแต่สภาพอากาศร้อนและมีลมกระโชกแรง บ้านเป็นบ้านไม้ รถดับเพลิงอยู่ห่างระยะทางที่ไกลกว่ารถน้ำดับเพลิงจะมาถึงบ้านหลังดังกล่าวเพลิงได้โหมลุกไหม้บ้านทั้งหลังจนหมดเหลือแต่ ไม้บางส่วนที่ชาวบ้านช่วยกันนำน้ำมาสาดดับเพลิงไว้ นางแตง แสงสกุล อายุ 35 ปี ซึ่ง เป็นลูกสาวเจ้าบ้าน กล่าวว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของพ่อ กับแม่ ส่วนตน ได้ย้ายออกบ้านไปอยู่กับสามีและลูกๆ บ้านหลังนี้จึงมีแต่ พ่อ กับแม่ อายุ เยอะแล้ว 75 ปี กับ 70 ปี พักอาศัยอยู่สองคน เป็นบ้านไม้ยกสูงสองชั้น ชั้นล่างโล่ง ในระหว่างก่อนเกิดเหตุได้พากันมาพูดคุยกันเล่นหน้าบ้านเรื่องของดินฟ้าอากาศที่แห้งแล้ง ข้าวจะตายกันไปหมดเพราะฝนทิ้งช่วงแต่ในระหว่างที่ได้นั่งคุยกันอยู่นั้นเองได้เกิดระเบิดเสียงดังขึ้นในบ้านและมีประกายไฟลูกขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ และลูกหลานภายในหมู่บ้าน นับร้อยคน พากันนำน้ำที่มีอยู่ในถังสาดไปยังกองเพลิงและนำรถน้ำที่พ่อค้านำน้ำมาเร่ขายในหมู่บ้านช่วยกันฉีดสกัดเพลิงอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ได้ ทำให้ไฟลุกลามไหม้หมดไปทั้งหลัง รถน้ำดับเพลิงมาถึง ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เพราะไฟไหม้บ้านหมดแล้ว นางแต่ง ยังกล่าวบอกอีกว่าตนเองได้โทรศัพท์ไปยังหน่วยงาน อบต.และเทศบาลต่างๆที่เดินทางมาช่วยแต่เนื่องจากสภาพการเดินทางอยู่ไกลถนนสัญจรไปมาลำบากกว่าจะมาถึงบ้านของตายาย ไฟก็ไหม้วอดไปทั้งหลังแล้วประกอบในช่วงนี้ฝนทั้งช่วงน้ำท่าก็ไม่มีบ้านที่เกิดเหตุทางเข้าไปก็ลำบากจึงทำให้บ้านทังหลังคงเหลือแต่ขี้เถ้า ถึงอย่างไรก็ตามหลังจากที่เหตุเพลิงสงบลง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสำโรงทาบ พร้อมเจ้าหน้าที่ อบต.ศรีสุข ได้เดินทางมาตรวจสอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นพร้อมกับรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบและช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป