‘ช้างป่า’ เล่นเป็นเพื่อนช้างบ้านสุดชิลล์ แต่ชาวบ้านกุมขมับ สวนยางพารา-ผลไม้ราบเป็นหน้ากลอง
“พ่อพลายไข่นุ้ย” ช้างป่าวัยรุ่นมาเป็นเพื่อนเล่นช้างบ้านสุดชิลล์ ลืมป่าสนิทแต่ชาวบ้านระทมหนัก 7 เดือนอาศัยในชุมชน ผลผลิตทางการเกษตรยับเยิน ยังหาทางออกไม่ได้
ที่นครศรีธรรมราช ปัญหาช้างป่าเพียง 1 ตัวที่ชาวบ้านให้ชื่อว่า “พลายไข่นุ้ย” ออกมาจากเขตป่ามาอาศัยอยู่ในชุมชนเกษตรกรรมในพื้นที่อย่างน้อย 10 หมู่บ้าน เขตตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเวลายาวนานถึง 7 เดือนแล้วยังไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เนื่องจากช้างเชือกนี้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่สวนทุเรียนทวาย สวนผลไม้ สวนยางพาราไปแล้วจำนวนมากตลอด 7 เดือน แต่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชยังไม่สามารถจบปัญหานี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลกรุงชิง ได้บันทึกภาพชุดนี้ไว้ได้ในขณะที่พลายไข่นุ้ย (ตัวเล็กมีปลอกคอจีพีเอสมีงาขนาดเล็ก) มาอาศัยอยู่กับช้างสีดอชื่อว่า สีดอมงคล (ช้างเพศผู้ไม่มีงา) เป็นช้างเลี้ยงของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลกรุงชิง ที่ถูกปล่อยให้กินหญ้าบริเวณริมคลองกลาย หมู่ 2 บ้านห้วยพาน ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ โดยไม่มีท่าทีดุร้าย มาเล่นน้ำและกินหญ้ากับสีดอมงคลอย่างมีความสุขทขณะที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้เข้าไปบันทึกภาพในระยะใกล้ยังไม่มีท่าทีดุร้ายหรือสนใจกลุ่มชาวบ้านแม้แต่น้อย
แต่อย่างไรก็ตามช้างตัวนี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของชาวบ้านที่นี่ เนื่องจากกว่า 7 เดือนแล้วที่พลายไข่นุ้ย ได้เดินเตร่มาจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ฝั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาปักหลักอยู่ในชุมชนแห่งนี้ โดยมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนช้างป่าไม่ชอบอาศัยในป่า ไม่ชอบกินกล้วยป่า แต่จะมากินกล้วยน้ำว้า กล้วยหอมที่ชาวบ้านปลูก รวมทั้งสร้างความเสียหายให้กับสวนทุเรียนทวายที่มีพื้นที่ผลิตใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความเสียหายแล้วหลายสิบล้านบาท โดยพลายไข่นุ้ยจะเข้าไปล้มต้นและกินผลทุเรียน รวมทั้งพืชผลอื่นๆ แต่ชาวบ้านไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆได้ขณะที่อุทยานทำได้เพียงติดปลอกคอจีพีเอสเพื่อติดตามจุดที่ช้างอาศัย
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ควาญช้างอาวุโสในพื้นที่ตำบลกรุงชิงให้ข้อมูลว่าช้างตัวนี้ไม่มีลักษณะของช้างป่าเหลืออยู่แล้ว และจากการติดตามข้อมูลนั้นน่าเชื่อว่าเป็นช้างเถื่อนหรือช้างที่ไม่มีตั๋วรูปพรรณที่ถูกเลี้ยงไว้ แต่คนเลี้ยงเก่านั้นได้เสียชีวิตลงญาติไม่สามารถขายได้เนื่องจากไม่มีตั๋วจึงจำเป็นต้องปล่อยเข้าป่าแถวเขตอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น แต่ช้างไม่มีนิสัยป่าหลงเหลือแล้วจึงเดินเรื่อยมาในชุมชนเข้าสู่นครศรีธรรมราช จากฝั่งเขตอำเภอขนอม สิชล ท่าศาลา และมาปักหลักในพื้นที่นบพิตำ ถึงกว่า 7 เดือนแล้ว ขณะที่ชาวบ้านพยายามหาทางแก้ปัญหาอย่างหนักแต่ยังไม่เป็นผล ขณะเดียวกันกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เตรียมโครงการที่จะเคลื่อนย้ายช้างกลับถิ่นเดิมคือพื้นที่อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น แต่ก็ยังคงไม่ได้ดำเนินการจนปัจจุบัน