ผบก.ภ.จว.ยะลา ระดมทุกฝ่าย ลงพื้นที่ หาเบาะแสคนร้ายยิงถล่มผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.รามัน

ภูมิภาค12 ธ.ค. 2563 • 16:23 น.
ผบก.ภ.จว.ยะลา ระดมทุกฝ่าย ลงพื้นที่ หาเบาะแสคนร้ายยิงถล่มผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.รามัน
ผบก.ภ.จว.ยะลา ระดมทุกฝ่าย ลงพื้นที่ หาเบาะแสคนร้ายยิงถล่ม ผรส.พื้นที่ อ.รามัน ชี้ผู้ตายเป็นฝ่ายรัฐ ซึ่งเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนร้าย จากกรณีที่มีกลุ่มคนร้ายจำนวน 4 คน แต่งกายคล้ายผู้หญิง(สวมฮิญาบ) ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสียี่ห้อและหมายเลขทะเบียน เป็นยานพาหนะ แล้วก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า , เอ็ม-16 และปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ยิงถล่ม นายรุสลาม ดือราเเม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/10 หมู่ที่ 4 บ้านลีเซ็ง ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ(ผรส.) เสียชีวิตต่อหน้าลูกชายวัย 6 ขวบ ขณะสอนทำการบ้าน โชคดีลูกชายรอดปาฎิหารย์ เหตุเกิดภายในร้านขายของชำของภรรยา ในพื้นที่บ้านลีเซ็งใน หมู่ที่ 5 ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ของวันที่ 11 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา ความคืบหน้าล่าสุดในวันนี้ 12 ธ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา พร้อมด้วย นายสุกิจ พัฒนพงศ์ นายอำเภอรามัน , พ.ต.ท.ประคอง สรรศรี สว.สอบสวน รรท.สวญ สภ.จะกว๊ะ , เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด สืบสวน กก.สส.ภ.จว.ยะลา, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะกว๊ะ ลงพื้นที่ หมู่ที่ 5 บ้านลีเซ็งใน ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อติดตามเบาะแสของกลุ่มคนร้ายและการวิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุยิงถล่ม นายรุสลาม ดือราเเม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ(ผรส.)อย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิตต่อหน้าลูกชายวัย 6 ขวบ นางซากีเราะ ดือราเเม อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นภรรยา เล่าว่า ลูกชายของตนกำลังระบายสี พร้อมกับกำลังกินลูกชิ้นตามประสาของเด็ก ได้มีคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าร้าน จำนวน 2 คัน จำนวน 4 คน คนซ้อนท้ายแต่งกายคล้ายผู้หญิง(สวมฮิญาบ สีดำ) จำนวน 2 คน เดินลงจากรถแล้วเข้าไปภายในร้านใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงเข้าใส่ก่อนแล้วใช้อาวุธปืนแบบยาว(อาก้าและเอ็ม-16) ยิงกระหน่ำอีกหลายครั้ง ซึ่งขณะนั้นสามีก็ได้กอดลูกชายจนเสียชีวิตลง เต็มไปด้วยกองเลือด สำหรับสามี ปกติจะนอนอยู่ที่บ้านหลังนี้อยู่แล้ว แต่ก่อนสามีจะอาศัยอยู่ที่บ้านลีเซ็ง หมู่ที่ 4 เพราะไม่อยากเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านลีเซ็ง มีความกลัว เป็นพื้นที่สีแดง เพราะเข้าเวรให้กับกำนันด้วย เข้าเวรกับกำนัน ชุด ชรบ. และเวรดูแลครู ระยะหลังได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ประมาณ 2 ปีแล้ว เพราะว่าเหตุการณ์ในหมู่บ้านสงบขึ้นแล้ว เพราะคนร้ายเสียชีวิตกันหมดแล้ว ซึ่งแต่ก่อนเมื่อปี 2548 สามีของตนเคยโดนมาแล้ว โชคดีแต่ไม่เป็นอะไรมาก โดนที่ติ่งหูซ้าย เหตุการณ์ปกติจะสลับกันเข้าเฝ้าร้านแห่งนี้เพราะร้านจะปิด 4 ทุ่ม ทุกวัน ทางด้าน พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ระบุว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้ เข้าตรวจที่เกิดเหตุ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน ทางฝ่ายปกครอง ทหารพรานในพื้นที่ จากข้อมูลที่ตรวจที่เกิดเหตุ เ และการหาพยานแวดล้อมใกล้เคียง ในเบื้องต้น ตั้งประเด็นไว้ในเรื่องความมั่นคงส่วนหนึ่ง และการขัดแย้งในการที่ผู้เสียชีวิต ได้ทำหน้าที่ฝั่งเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึง อาจเป็นการขัดแย้งกับผู้กระทำความผิดด้านยาเสพติดในพื้นที่ จากที่เราตรวจที่เกิดเหตุ เก็บหลักฐาน ได้ปลอกกระสุนปืน อาก้า (AK-47) เอ็ม-16 (M-16) และปลอกกระสุน 9 มม. จำนวนหนึ่ง รวมถึงหัวกระสุน ในศพ ตอนนี้ อยู่ระหว่างการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตรวจพิสูจน์ ก็จะพยายามเร่งรัดตรวจสอบหลักฐานต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนต่อ การเก็บพยานแวดล้อมอื่นๆ ก็ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนในคดีความมั่นคงช่วยดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วจากห้วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี,หลายจุดของ จ.นราธิวาส และในพื้นที่ของ จ.ยะลา ก็ได้เน้นย้ำสั่งการผู้บังคับบัญชา หัวหน้าหน่วยให้เพิ่มความเข้มงวด ในเรื่องดูแลตัวเอง ที่ตั้ง ภารกิจส่วนตัว ให้ระมัดระวัง ไม่ประมาท พร้อมที่จะใช้ยุทธวิธี ตอบโต้ได้ทันที ย้ำเตือนมาตลอด รวมทั้ง หน่วยร่วมก็ได้มีการประสานผู้ปฎิบัติในการปฎิบัติงานร่วมกัน สำหรับความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวน ติดตามจับกุม คนร้ายที่ยิง ร.ต.ท.วีรศักดิ์ สารพร รอง ผกก.ป. สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ผลการพิสูจน์ ปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 จำนวน 10 ปลอก ของคนร้ายที่ตกในที่เกิดเหตุ พบว่า เป็นปืนกระบอกเดียวกับที่ก่อเหตุใน จ.ปัตตานี และ จ.สงขลามาแล้วหลายคดี เช่น วันที่ 23 ก.ค. 62 ยิง เจ้าหน้าที่ และ ประชาชน 4 ศพ ที่ ม.7 ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี วันที่ 4 ส.ค. 62 ยิงก่อกวน ที่ท้องที่หมู่ 7 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี วันที่ 3.ส.ต. 62 ยิงนายอับดุลลาเต๊ะ กาสอ พ่อค้าส่งน้ำแข็ง ที่ หมู่ 7 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา วันที่ 16 ก.ย.62 ยิงเจ้าหน้าที่ ชรบ. ชุดคุ้มครองตำบล “ ชคต” หมู่ที่ 5 บ้านศาลาลาก ต.นาประดู่ จ.ปัตตานี วันที่ 5 พ.ย.62 ยิง ชรบ. ชุดคุ้มครองตำบลลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เสียชีวิต 13 ศพ ซึ่ง คนร้ายกลุ่มนี้ เป็น แนวร่วม ที่หลบซ่อนอยู่ใน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และ ออกปฏิบัติการ ในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา และ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งขณะนี้ กำลังชุด ชป.จรยุทธ์ ได้ติดตามไปยังพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย และ อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งเป็นแหล่งหลบซ่อนของ แนวร่วม ชุดดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่พบวี่แววของคนร้าย และความคืบหน้า การยิงนายโสพล พาสุข อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 5 ต.สากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งมีอาชีพเป็นพรานป่า ถูกยิงด้วยอาวุธสงคราม ขณะที่ร่วมกับเพื่อน เข้าไปหาหมู่บ้าน เทือกเขาหลังหมู่บ้าน จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ผู้ตายน่าจะไปพบเห็นที่พักของ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ในเทือกเขาดังกล่าว จึงถูก แนวร่วม ยิงทิ้งเพื่อเป็นการฆ่าปิดปาก สำหรับในเทือกเขา ใน จ.นราธิวาส ชุด ปช.จรยุทธ และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้มีคำสั่ง ห้ามประชาชนขึ้นไปล่าสัตว์ และหาของป่า เพราะมีอันตรายจาก แนวร่วม แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ มีอาชีพ ในการล่าสัตว์ และหาของป่า จึงไม่มีใครเชื่อฟังคำสั่งของ เจ้าหน้าที่ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ หน่วยกำลังในพื้นที่ ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของ แนวร่วม ซึ่ง หน่วยข่าว ได้แจ้งเตือนล่วงหน้าว่า พบเห็นความเคลื่อนไหวของ ขบวนการ ในพื้นที่ เพื่อ ปฏิบัติการก่อกวน โดยเฉพาะในช่วง 7 วันสุดท้ายก่อนมีการเลือกตั้งท้องถิ่น ( อบจ.) ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเพิ่มความเข้ม ในการของการปฏิบัติการ เพราะอาจจะมีเรื่องการเมืองท้องถิ่นผสมโรงโดยการใช้ แนวร่วม ในพื้นที่เป็นผู้ก่อเหตุเพื่อหวังผลทางการเมืองด้วย