จับขบวนการนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าประเทศพร้อมผู้ให้การช่วยเหลือพื้นที่ระนอง
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พ.อ.ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผล ฉก.ร.25 กกล เทพสตรี ได้รับรายงานจาก กองร้อยทหารราบที่ 2521 จุดตรวจศิลาสลัก(จปร.) ร่วมกับ ชป.ฉก.ร.25, ชป.พิเศษ.กกล.เทพสตรี ขณะออกลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ และผ่านบริเวณส่วนปาล์มน้ำมัน ติดกับแม่น้ำกระบุรี บ.ทับหลี ม.4 ต.มะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง ตรวจสอบพบมีเรือหางยาวมาส่งแรงงานชาวเมียนมา เพื่อข้ามมายังประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณดังกล่าว พบเรือหางยาว จำนวน 1 ลำ แล่นเข้ามาบริเวณดังกล่าว โดยมีชาวเมียนมานั่งโดยสารมาในเรือ จำนวน 8 คน เจ้าหน้าที่จึงซุ่มรอเพื่อให้ชาวเมียนมา ทั้งหมดขึ้นฝั่ง และเดินเท้ามาขึ้นรถยนต์กระบะ
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากการตรวจสอบรถกระบะยี่ห้อ นิสสัน บิ๊กเอ็ม ตอนครึ่ง สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ชุมพร ตรวจพบ นายตี(ชาวเมียนมา) อายุ 29 ปี ที่อยู่ ม.8 ต.บ้านนา อ.เมือง จ.ชุมพร เป็นคนขับ และตรวจค้นภายในรถพบแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน แต่แรงงานทั้งหมดได้ลงจากรถพยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามสามารถจับกุมและควบคุมตัวมาได้ทั้งหมดในเวลาต่อมา ตรวจสอบเป็นแรงงานประเทศเพื่อนบ้านชาวเมียนมา จำนวน 8 คน(ช.6,ญ.2) เดินทางมาจากเมาะลำใย จะเดินทางไป จ.ภูเก็ต
จากการสอบถามแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมดได้เดินทางมาจากเมาะลำใย วันที่ 13 ก.พ. 66 ได้เดินทางมาพักที่ทวายจำนวน 5 วัน ถึงวันที่ 18 ก.พ. 66 หลังจากนั้น วันที่ 19 ก.พ. 66 เวลา 0400 น. ได้นั่งเรือหางยาวข้ามมายังฝั่งประเทศไทยบริเวณสวนปาล์มน้ำมัน โดยมีชาวเมียนมาเป็นคนขับเรือ หลังจากนั้นได้เดินเท้าประมาณ 200 เมตร มาขึ้นรถยนต์คันดังกล่าว เพื่อเดินทางต่อไป โดยเสียค่านายหน้าให้กับชาวเมียนมา คนละ 15,000 บาท จำนวน 8 คน เป็นเงินทั้งหมด จำนวน 120,000 บาท จะจ่ายเงินเมื่อไปถึงที่หมายต่างๆ
โดย นายตี ให้การว่าได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจาก อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร วันที่ 19 ก.พ. 66 เวลา 0200 น. ขับรถยนต์มาทาง บ.หินใหญ่ หลังจากนั้นได้ขับมาถึง บ.ทับหลี ต.มะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง เวลา 0400 น. เมื่อมาถึงตนเองได้โทรศัพท์หาชาวเมียนมา ชื่อนายอ่าว(ชาวเมียนมา) ซึ่งเป็นคนขับเรือหางยาวเพื่อนำแรงงานฯ ทั้ง 8 คน มาส่งให้ตน และจะนำแรงงานฯ ไปส่งให้นายจอ(ชาวเมียนมา) ที่รอรับอยู่ในพื้นที่ สี่แยกปฐมพร ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร โดยตนเองได้รับค่าจ้างจาก นายจอ เป็นเงินคนละ 1,500 บาท รวมเป็นเงิน 12,000 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมส่ง สภ.ปากจั่น จ.ระนอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป