ตำรวจวารินชำราบรวบอดีตโชเฟอร์รถทัวร์กับเพื่อนผันตัวมาขับรถส่งยาบ้าเขตอีสานใต้ 

ภูมิภาค21 ก.ย. 2566 • 14:58 น.โดย อภิสิทธิ์ เสมอภาค
ตำรวจวารินชำราบรวบอดีตโชเฟอร์รถทัวร์กับเพื่อนผันตัวมาขับรถส่งยาบ้าเขตอีสานใต้ 

วันที่ 21 กันยายน 2566 เวลา 11.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า  ที่อาคารปฏิบัติการ 191 สภ.วารินชำราบ พ.ต.อ.ยุทธนา พฤกษารุ่งเรือง ผกก.สภ.วารินชำราบ พ.ต.ต.จิรยุทธ แสวงศรี สวป.สภ.วารินชำราบ เปิดเผยถึงการจับกุม นายภานุพงศ์  อายุ 25 ปี (คนขับ)  นายพงศธร   อายุ 25 ปี (นั่งข้าง) ชาวจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมของกลางยางบ้า จำนวน 24,000 เม็ด รถยนต์โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ผธ 415 อุบลราชธานี ในข้อหา ร่วมกันจำหน่ายโดยการมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1  (เมทแอมเฟตามีน)  ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน

โดยการจับกุมครั้งนี้ พ.ต.อ.ยุทธนา กล่าวว่าสืบเนื่องจากชุดปฏิบัติการ 191  ได้รับแจ้งจากสายข่าวรายงานว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านมาส่งให้กับนายทุนในพื้นที่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบโดยจะใช้รถกระบะโตโยต้าสีขาว จึงได้รายงานให้ตนทราบพร้อมตั้งจุดสกัดยาเสพติดหน้าธนาคารออมสิน สาขาวารินชำราบ ถนนวาริน – เดชอุดม

ต่อมาประมาณ 01.00 น. พบรถต้องสงสัยตามที่สายรายงานขับเข้ามายังจุดสกัดจึงได้ส่งสัญญาณให้จอด  มีนายภานุพงศ์ เป็นคนขับ และนายพงศธร เป็นผู้นั่งมาด้านข้าง  เมื่อเปิดกระจกลงมามีกลิ่นน้ำหอมแรงผิดปกติ ประกอบกับทั้ง 2 คนมีท่าทางพิรุธเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวลงจากรถเพื่อตรวจค้น  ผลการตรวจค้นบริเวณแคปที่นั่งด้านหลัง   เจ้าหน้าที่พบห่อเทปสีน้ำตาล จำนวน 4 ห่อ ว่างอยู่จึงได้นำมาตรวจสอบพบภายในเป็นถุงพลาสติกน้ำเงิน และสีฟ้า แบบกดปิด ดึงเปิด จำนวน 120 ซอง ภายในบรรจุยาบ้ากว่า 24,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งสองคนมาสอบสวนขยายผลที่ สภ.วารินชำราบ ทั้งสองให้การสารภาพว่ากำลังจะนำยาไปส่งให้ลูกค้า

นายภานุพงศ์ ให้การรับสารภาพว่าก่อนหน้านี้ตนเองรับจ้างขับรถทัวร์ แต่รายได้ไม่พอใช้เพื่อนจึงได้ชักชวนให้มาขับรถส่งยาบ้าตามจุดต่างๆที่นายทุนสั่งการทางไลน์   ส่วนยาบ้าที่พบมีคนเอามาทิ้งไว้ที่อำเภอม่วงสามสิบ ตนก็จะรับต่อไปวางไว้ตามข้างถนนในพื้นที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี และ อำเภอวารินชำราบ อีกรอบแต่ครั้งนี้ไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกุมก่อน นายภานุพงศ์ ยังยอมรับอีกว่าทำครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วได้ค่าจ้าง 20,000 บาท ต่อครั้ง