ผอ.โรงพยาบาลชื่อดังเข้าเคารพศพ "น้องโอชิ"
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชื่อดัง เข้าเคารพศพน้องโอชิ ขณะที่ ผู้ว่าฯขอนแก่นสั่งยุติธรรมจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมสั่งการ สสจ.ตั้งกรรมการสอบสวน
จากกรณีที่ นายสุริยา ศรีวันทา อายุ 32 ปี และน.ส.ลักษณ์สุดาพร ตะโก อายุ 27 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 53 ม.6 บ้านสระบัว ต.โนนแดง อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น ได้เข้าร้องเรีนนต่อสือมวลชน เพื่อช่วยเป็นกระบอกเสียง และขอความยุติธรรมให้กับ ด.ช.นฤบดินทร์ ศรีวันทา หรือน้องโอชิ อายุ 2 ขวบ 20 วัน ซึ่งเสียชีวิตขณะเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาบของรัฐประจำอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ผ่านมา ก่อนที่น้องโอชิ จะเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 ส.ค. 2562 นพ. เอกวิทย์ เรืองไชยวุฒิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโนนศิลา อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยนายอดิเรก ใหม่มงคล นายอำเภอโนนศิลา และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น เดินทางมาเคารพศพน้องโอชิ ที่บ้านพัก พร้อมทั้งพูดคุยกับคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ปกครองของน้องโอชิ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวของน้องโอชิ อย่างมาก
โดยที่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโนนศิลา ไม่ได้มีการพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด แต่กล่าวเพียงสั้นๆกับพ่อแม่ของน้องโอชิว่า ผมเสียใจด้วยนะ ก่อนจะเดินทางกลับโรงพยาบาลทันที
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ขอเข้าขอสมภาษณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโนนศิลา ซึ่งได้รับคำตอบว่าได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบหมดแล้ว ส่วนการตั้งกรรมการตรวจสอบหรือไม่นั้น ไม่ขอพูดถึง
ด้าน น.ส. ลักษณ์สุดาพร ตะโก อายุ 27 ปี แม่ของน้องโอชิ กล่าวว่าขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นที่ส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดมาพบและรับเรื่องกลับไปพิจารณา ซึ่งทางครอบครัวยังคงยืนยันในเรื่องที่ต้องการความชัดเจนจากทางโรงพยาบาลว่าน้องโอชิเสียชีวิตจากสาเหตุใด ถ้าบอกว่าปอดติดเชื้อ ร้ายแรงถึงขนาดต้องเสียชีวิต แพทย์ที่ดูแลรักษาก็น่าจะรู้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายลูกชายต้องมาตายเพราะแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ เหมือนว่ากักตัวน้องไว้ จนน้องเสียชีวิต
"ตอนแรกครอบครัวว่าจะยังไม่เผาศพน้องโอชิเพราะต้องการทราบข้อเท็จจริงก่อน แต่ขณะนี้ครอบครัวเหตุพ้องกันว่าการตายของน้อง ครอบครัวไม่ได้ให้โรงพยาบาลฉีดยาศพ และไม่อยากให้ผ่าศพ เพราะสงสารที่น้องจะต้องมาเจ็บปวดอีก จึงมีมติตรงกันในการที่จะเผาศพน้องวันนี้ ส่วนการร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ยังคงเดินหน้าต่อไป และก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานจากสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เข้ามาพบและให้กรอกเอกสารขอเสนอเยียวยาเบื้องต้น แต่ทางครอบครัวยังไม่เขียนหรือเซ็นต์รับการช่วยเหลือใดๆ เนื่องจากยังต้องการทราบสาเหตุว่าน้องตายเพราะอะไร และจะจัดการงานศพน้องให้เรียบร้อยก่อน"
ด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สสจ.ขอนแก่น ได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ผ่านตามลำดับขั้นตอน ซึ่งจั้นตอนจากนี้ไปคือ สสจ.ขอนแก่นจะได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และจะมีการสรุปผลการสอบสวนในเร็วๆนี้
" เรื่องที่เกิดขึ้น มีความสูญเสีย2 ทางคือ ทางการแพทย์ ที่เสียขวัญและกำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพของตัวเอง ซึ่งในจุดนี้หากแพทย์รายดังกล่าวไม่พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ก็ควรจะหาแพทย์รายอื่นมาทำหน้าที่แทน และการสูญเสียของครอบครัวน้องโอชิ ถือเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งในจุดนี้ประเมินค่าความสูญเสียไม่ได้ จังหวัดจะได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดเจน และครอบครัวของน้องโอชิจะต้องได้รับการเยียวยาตามขั้นตอนทุกอย่าง"