เครือข่ายวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ไทยจับมือกับสถานีโทรทัศน์ TV24 เตรียมสร้างเครือข่ายภาคประชาชน ให้ความรู้ด้านกฎหมายกัญชาและวิธีเพาะปลูก
วันนี้ (26 เมษายน 2562) ณ ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ชั้น 5 ห้องสตูดิโอ 2 นายวรุธ ทัฬหสุคนธ์ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม TV24 สถานีประชาชน พร้อมคณะให้การต้อนรับ ดร.องอาจ วิเศษ ประธานเครือข่ายวิจัยและพัฒนาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ไทย ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ผอ.ศูนย์การเรียนรู้วิจัยและพัฒนาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ไทย และ นางธนภัทร พันธวาส ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนภาคอีสาน เพื่อปรึกษาหารือและ "ทำข้อตกลงและความร่วมมือ" ในการให้ความรู้การเพาะปลูก และ ครอบครองกัญชา ตาม พ.ร.บ.กัญชา 2562 พร้อมกับแนะนำวิธีการดำเนินการ ตามงานวิจัยกัญชามาเป็นยาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ แพทย์แผนไทย และ หมอชาวบ้าน ตาม พ.ร.บ.กัญชา
ดร.องอาจ วิเศษ ประธานเครือข่ายวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ไทย กล่าวว่า ซึ่งจากประกาศของทางราชกิจจานุเบกษาได้มีการเผยแพร่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2562 ที่ระบุให้“กัญชา”และ“กระท่อม”สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคได้ ทำให้ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นชาติแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้หลายประเทศทั่วโลกได้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้มีการอนุญาตให้ประชาชนใช้กัญชา และพืชกระท่อมเพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคและประโยชน์ในทางการแพทย์ได้ หากกล่าวย้อนกลับไปประเทศไทยว่าด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ได้มีการแบ่งยาเสพติดให้โทษออกเป็น 5 ประเภท เพื่อประโยชน์ในการกำหนดวิธีการควบคุมที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม เนื่องจากแต่ละประเภทมีอันตราย และความจำเป็นในทางการแพทย์ไม่เหมือนกัน โดย‘กัญชา’ นั้นจัดอยู่ในประเภท 5 ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับ พืชกระท่อม พืชฝิ่น และพืชเห็ดขี้ควาย ซึ่งมีโทษทางอาญากับผู้เสพและผู้ครอบครองและไม่มีการอนุญาตให้นำมาใช้ในทางการแพทย์แต่อย่างใด
ดร.องอาจ กล่าวอีกว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 14 ก.พ.62 ที่ผ่านมา ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ได้อนุญาตให้องค์การเภสัชกรรมทำการปลูกกัญชาทางการแพทย์ พร้อมทั้งได้ลงนามในหนังสืออนุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้องค์การฯ ได้ดำเนินการปลูกกัญชาทางแพทย์ สำหรับเป็นวัตถุดิบนำมาสกัดเป็นสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ และที่ผ่านมาทาง “เครือข่ายภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นอีสาน” ได้ร่วมมือกับทางคณะแพทย์แผนไทยหลายองค์กรจัดตั้งเป็น “เครือข่ายวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ไทย” เพื่อขับเคลื่อนเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการประสานงานระหว่าง ภาครัฐและภาคเอกชนจับมือกันดำเนินการ “เพาะปลูกกัญชาอย่างเสรีและถูกกฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ไทย”.