ดีเอสไอบุกจับร้านอาหารจีนลอบจำหน่ายรังนกปลอมให้ นทท.
ดีเอสไอบูรณาการร่วมหลายหน่วยงานตรวจค้น 9 จุดร้านอาหารเมืองพัทยาและใกล้เคียงต้องสงสัยลักลอบจำหน่ายรังนกนางแอ่นปลอมให้นักท่องเที่ยวทำลายภาพลักษณ์ประเทศ
วันนี้ (9 ส.ค.) พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมด้วย นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง และ พ.ต.อ.รณชัย จินดามุข รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี บูรณาการกำลังร่วมสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดชลบุรี ทั้งกรมการปกครอง สาธารณสุข ตม. ตำรวจ และทหาร นำกำลังร่วมตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายรวม 9 แห่ง เพื่อตรวจตรวจสอบสถานประกอบการจำหน่ายอาหารปลอมประเภทรังนกนางแอ่นให้กับนักท่องเที่ยว
ประกอบด้วย 1.พาราไดซ์หูฉลาม 2.ร้านกินรี 3.ร้านพัทยาสตาร์สปาแอนด์มาสซาส 4.ร้านจิงกง 5.ร้านอาหารจีน ซินไหจิง 6.ร้านอาหารจีนฉางเฮาหูฉลาม 7.ร้านอาหารจีน เฮงเฮง หูฉลาม 8.ร้านอาหารเวียดไทย และ 9.ร้านล้านคนรู้จัก โดยกระจายกำลังออกตรวจสอบตามร้านต่างๆ ก็จะตรวจยึดวัตถุดิบในการปรุงอาหารที่มีลักษะต้องสงสัยส่งต่อไปยังองค์การอาหารและยาเพื่อพิสูจน์ความชัดเจนต่อไป
ด้าน พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่ากระทรวงยุติธรรมมีนโยบายเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษที่ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับรายงานเรื่องของการลักลอบจำหน่ายรังนกนางแอ่นปลอมให้กับนักท่องเที่ยวในลักษณะเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค จึงบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบดังกล่าว
ทั้งนี้ ได้มีการเก็บหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบ หากพบว่ามีพฤติการณ์ในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการมีความผิดฐานผลิตอาหารปลอม, ฐานจำหน่ายอาหารปลอม ตามมาตรา 25(2) ประกอบมาตรา 27(2) จะต้องนะวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 1 แสนบาท ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 รวมทั้งฐานปลอมปนอาหารเพื่อจำหน่ายหรือเสนอขายบุคคลเสพย์ ตามมาตรา 236 ประมวลกฎหมายอาญา
พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ข้อมูลด้วยว่าปัญหานี้ถือได้ว่ากระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ทำให้ได้รับความเสียหายเชิงธุรกิจในภาพรวมของประเทศกว่า 4 พันล้านบาทต่อปี และการลักลอบจำหน่ายรังนกนางแอ่นปลอมหรือที่ทำมาจากยางไม้หรือยางคารายา ยังเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคด้วย