"ประภัตร" ชี้แจงพร้อมชวนเกษตรกรร่วมโครงการ โคขุน กู้วิกฤติ โควิด-19

ภูมิภาค28 มิ.ย. 2563 • 08:08 น.
"ประภัตร" ชี้แจงพร้อมชวนเกษตรกรร่วมโครงการ โคขุน กู้วิกฤติ โควิด-19
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านนากอกหนองบก ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทาจังหวัดยโสธร นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะประกอบด้วยนายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปสุสัตว์ นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเริมการเกษตร ร่วมลงพื้นที่ในการตรวจติดตามงานโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีก เพื่อฟื้นฟูเกษตรกรที่ประสบปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมาโดยมีภาคราชการ ผู้นำหมู่บ้านและเกษตรกรร่วมต้อนรับและรับฟังนโยบายการให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านปศุสัตว์ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อโคขุนเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด หรือ โคขุน กู้วิกฤต โควิด-19 ให้รับทราบ ซึ่งสืบเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีนโยบายบริหารประเทศภายใต้นโยบายหลัก 12 ด้าน นโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ในด้านการส่งเสริมอาชีพภาคเกษตร ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ จัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อโคขุน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด หรือโคขุน กู้วิกฤติ โควิด-19 เพื่อยกระดับการพัฒนาทั้งเกษตรกรและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงโคเนื้อของประเทศ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมอาชีพด้านปศุสัตว์ให้แก่เกษตรกร ซึ่งโคเนื้อ โคขุน เป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการพัฒนาเพราะตลาดมีความต้องการสูง โดยภายในประเทศมีความต้องการบริโภคประมาณ 1,500,000. ตัวต่อปี และส่งออกต่างประเทศ เช่น จีน ลาว เวียดนาม มาเลเซีย อีกประมาณ 500,000.ตัวต่อปีและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ในการดำเนินโครงการ โดยร่วมกับกระทรวงการคลัง ซึ่งมอบหมายให้ ธ.ก.ส. ร่วมดำเนินโครงการ สินเชื่อธุรกิจชุมชน สร้างไทย เพื่อให้การสนับสนุนสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 0.01 ในวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท ในสินค้าและบริการที่มีตลาดรองรับชัดเจน เช่น การเลี้ยงโคขุน ในระยะสั้น ซึ่งจะสร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรและยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตโคเนื้อให้เป็นผู้นำในภูมิภาค สามารถผลิตได้อย่างเพียงพอกับความต้องการในประเทศและส่งออกเพิ่มขึ้นจากเดิม ประมาณ 500,000 ตัวต่อปี เป็นไม่ต่ำกว่า 1,000,000.ตัวต่อปี สำหรับเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมดำเนินการ ต้องรวมกลุ่มอย่างน้อย 7 คน จัดเตรียมเอกสารยื่นขอจัดตั้งกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนกับเกษตรอำเภอ จัดทำแผนธุรกิจเบื้องต้นของกลุ่มเพื่อขอความเห็นชอบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ธ.ก.ส. ตลอดทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย ธ.ก.ส. จะเป็นที่ปรึกษาการเขียนแผนธุรกิจเกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป