สุฤกษ์ ศิลปอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี “ส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยววิถีชาวนาในลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน”

ภูมิภาค25 ส.ค. 2563 • 15:47 น.
สุฤกษ์ ศิลปอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี “ส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยววิถีชาวนาในลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน”
ทั้ง 6 จังหวัดของเรามีทั้งศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม ขนบธรรมเนียมประเพณี อาหารพื้นบ้าน และงานหัตถกรรมต่าง ๆ อยู่ในทุกชุมชนและทุกจังหวัดที่เป็นอัตลักษณ์และเอกลักษณ์อยู่แล้ว แต่เราอยากให้การท่องเที่ยวสนุกมากขึ้น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของการท่องเที่ยวในปัจจุบันมากขึ้น
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี จัดโครงการ “ส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยววิถีชาวนาในลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน” เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันงดงาม ชิมอาหารพื้นถิ่น และสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน นายสุฤกษ์ ศิลปอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า การจัด “กิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยววิถีชาวนาลุ่มน้ำเจ้าพระยาและป่าสัก 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน” เริ่มต้นจากแนวคิดที่เราได้เห็นความสำคัญของ “ข้าว” ซึ่งจัดเป็นพืชอาหารประจำชาติไทยของเราที่มีตำนานประวัติศาสตร์มายาวนาน ไม่น้อยกว่า 5,500 ปี และชาวนาก็นับว่าเป็นอาชีพแรกของบรรพบุรุษไทยเราที่ยังสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ และประเทศไทยของเรารวมถึงภาคกลางตอนบนก็ยังเป็นแหล่งปลูกข้าวคุณภาพดีที่ผลิตออกสู่ตลาดโลกมากที่สุด และยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยพันธุ์ข้าวอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญของผู้สร้างตำนานแห่งอารยธรรมธัญญาหารของมนุษยชาติ และเราก็มาคิดต่อว่า จะทำอย่างไรที่จะส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ให้ผู้คนได้เห็นคุณค่าของข้าวและชาวนาไทยมากขึ้น เราก็เลยคิดถึงการเชื่อมโยงวิถีชาวนาให้เข้ากับการท่องเที่ยว เพื่อตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบันนี้ให้มากขึ้น นายสุฤกษ์ กล่าวต่อว่า โครงการท่องเที่ยววิถีชาวนาในครั้งนี้ เราอยากจะถ่ายทอดและบอกเล่าถึงการท่องเที่ยวที่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของชาวนาในรูปแบบใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้พานักท่องเที่ยวไปทำนา ดำนา เกี่ยวข้าว และเรียนรู้กระบวนการทำนา แต่เราอยากให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส ได้เรียนรู้ ได้ลองดูวิถีชีวิตชาวนาอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นวิถีชาวนาจริง ๆ ที่นอกเหนือจากเวลาทำนา ช่วงหลังฤดูกาลทำนา ช่วงว่างเว้นจากการทำนา หรือระหว่างรอการเก็บเกี่ยวผลผลิต อะไรที่เป็นวิถีของชาวนาภาคกลางตอนบน 6 จังหวัดบ้าง เช่น งานหัตถกรรม งานหัตถศิลป์ การสืบสานอาหารพื้นบ้าน ภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ เช่น การทอผ้า การจักสาน หรือการปั้นตุ๊กตา เป็นต้น “ในปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีความสนใจในการท่องเที่ยวเชิงลึกมากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 6 จังหวัดของเรา ล้วนอยู่ในเส้นทางที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มที่เหมาะต่อการทำเกษตรกรรม และประกอบอาชีพทำนาสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เราจึงอยากเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้วิถีชาวนาและสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา-ป่าสักในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น และจากแนวคิดนี้เราจึงอยากดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาท่องเที่ยวในรูปแบบนี้มากขึ้น” ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า เพราะฉะนั้นการอยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาท่องเที่ยวแนวนี้เยอะ ๆ เราจึงได้นำกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบบทความหรือคลิปวิดีโอ บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว ซึ่งเป็นที่รู้จักมาร่วมงานหลายท่าน เชื่อว่าการที่เราจะให้นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มได้เห็นคุณค่าของวิถีชาวนามากขึ้น และเผยแพร่บอกต่อ การท่องเที่ยววิถีชาวนาฯ ในวงกว้างมากขึ้นนั้น คนรุ่นใหม่ต้องเป็นทัพหน้าออกมาเที่ยวก่อนเพื่อเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ด้วยกันออกมาท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อว่าจะเชื่อมโยงไปถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ๆ อีกด้วย “ครั้งนี้เราได้จัดทำเส้นทางท่องเที่ยววิถีชาวนาในลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน โดยดึงเอาเสน่ห์และจุดเด่นของแต่ละจังหวัดออกมา ซึ่งแน่นอนว่าทั้ง 6 จังหวัดของเรามีทั้งศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม ขนบธรรมเนียมประเพณี อาหารพื้นบ้าน และงานหัตถกรรมต่าง ๆ อยู่ในทุกชุมชนและทุกจังหวัดที่เป็นอัตลักษณ์และเอกลักษณ์อยู่แล้ว แต่เราอยากให้การท่องเที่ยวสนุกมากขึ้น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของการท่องเที่ยวในปัจจุบันมากขึ้น โดยที่ไม่ลืมที่จะยึดแก่นของความงดงามของรากเหง้าในแต่ละชุมชนเอาไว้ ครั้งนี้เราก็จัดเป็น 3 เส้นทางหลัก ๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ในรูปแบบ 2 เดย์ทริป ขับรถเที่ยวได้ในระยะประมาณ 300 กิโลเมตร ก็ได้แก่เส้นทางที่ 1 จังหวัดสระบุรีและลพบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ที่หลากหลาย เส้นทางที่ 2 คือ จังหวัดชัยนาทและสิงห์บุรี ซึ่งเป็นเส้นทางอู่ข้าวอู่น้ำและอาหารปลาแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ และเส้นทางที่ 3 คือจังหวัด พระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง ซึ่งเป็นเส้นทางของงานหัตถศิลป์ หัตถกรรม” นายสุฤกษ์ กล่าวด้วยว่า แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เราก็ไม่ลืมที่จะเชื่อมโยงกับวิถีชาวนาอันเป็นวิถีชีวิตของชุมชนที่บ่งบอกถึงตัวตน อัตลักษณ์ และเอกลักษณ์ที่ดีงามเอาไว้ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ภายในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังวิกฤตของโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทุกภาคส่วนของประเทศไทย +++++++++++++++++++