อุทยานพีพีฯ ถูกเอกชนรุกล้ำพื้นที่ เร่งทำหนังสือถึงที่ดินตรวจสอบเอกสารสิทธิ์

ภูมิภาค24 ม.ค. 2565 • 08:30 น.
อุทยานพีพีฯ ถูกเอกชนรุกล้ำพื้นที่  เร่งทำหนังสือถึงที่ดินตรวจสอบเอกสารสิทธิ์
กรณีการตรวจสอบการบุกรุกหาดคลองสน -อ่าวทึง ในพื้นที่ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ซึ่งก่อนหน้านี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทำการบินสำรวจพบว่ามีพื้นที่ 8 ไร่เศษ หน้าหาดคลองสน ถูกแผ้วถาง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในเขตอุทยานฯ ที่เคยมีการตรวจยึดการบุกรุกบนเนื้อที่ 125 ไร่ เมื่อปี 2546 อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เข้าไปตรวจสอบและแจ้งความไว้ที่ สภ.อ่าวนาง เพื่อดำเนินการหาผู้กระทำความผิด นอกจากที่ดิน 8 ไร่ที่ถูกแผ้วถางแล้ว ยังมีที่ดินอีกหลายแปลงหน้าหาด ถูกเข้าครอบครองโดยเอกชน อ้างมีเอกสารสิทธิ์เป็น น.ส.3 ก. ทั้ง ๆ ที่พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในที่ดินแปลงที่เคยตรวจยึดทั้งหมด ทำให้หลายหน่วยงานให้ความสนใจเข้ามาร่วมตรวจสอบพื้นที่หน้าหาดทั้งหมด ว่าเอกชนที่เข้าครอบครองได้เอกสารสิทธิ์มาอย่างไร ออกมาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ล่าสุด พ.ต.อ.สมศักดิ์ เนียมเล็ก ผกก.5 บก.ปปป.บช.ก.ได้ลงพื้นที่ พร้อมเชิญตัวแทนจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายยงยุทธ นาควิโรจน์ ผอ.สบอ.5 กรมอุทยานฯ นายชัยวุฒิ บัวทอง นอภ.เมืองกระบี่ นายปราโมทย์ แก้มนาม หน.อช.หาดนพรัตน์ธาราฯ พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5 บก.ปทส.บช.ก. นายมานะ นวลหวาน ผอ.เจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ พ.ต.อ.อภิชาติ จินาเพ็ญ ผกก.สภ.อ่าวนาง จนท.อุทยานฯ ตำรวจ ปปป. ปทส. เข้าประชุมกรณีการบุกรุกพื้นที่หาดคลองสน อ่าวทึง หมู่ 4 ต.อ่าวนาง โดยทางอุทยานฯ ให้ข้อมูลว่าเมื่อวันที่ 24 พ.ย.64 ศูนย์ปฏิบัติการบินภาคใต้ กรมอุทยานฯ ทำการบินสำรวจสภาพป่าตามแผนปฏิบัติการบินปี 2565 พบว่าพื้นที่บริเวณหน้าหาดคลองสน -อ่าวทึง มีการบุกรุกแผ้วถาง และโค่นล้มต้นไม้ในเขตป่าคงสภาพ หรือป่าไม้ถาวร ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 พิกัด 47P 476170E 889286N เนื้อที่ 8.16 ไร่ จึงแจ้งความไว้ที่ สภ.อ่าวนาง เป็นคดีอาญาที่ 627/2564 จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่พบร่องรอยการนำรถแบคโฮ เข้ามาโค่นล้มไม้ป่าชายหาด และมีการนำเอากล้าไม้ เข้ามาปลูกในพื้นที่จำนวน 550 ต้น แต่การเข้าตรวจสอบไม่พบผู้กระทำความผิด ซึ่งพื้นที่แผ้วถางดังกล่าว อยู่ในเขตอุทยานฯ และป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมามีการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในแปลงตรวจยึดเก่าเมื่อปี 2546 ในคดีอาญาที่ 627/2546 ซึ่งตรวจยึดไว้เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2546 เนื้อที่รวม 125 ไร่ 2 งาน 32 ตร.ว. ซึ่งการตรวจยึดดังกล่าวพบผู้บุกรุกนำเอาต้นกล้าปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เข้ามาปลูกไว้ และนำเสาคอนกรีตมาล้อมรั้วเป็นแนวเขต อุทยานฯ จึงเข้าทำการรื้อถอนพืชผลอาสิน และสิ่งปลูกสร้าง ในพื้นที่ทั้งหมด 125 ไร่ พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองกระบี่ ในขณะนั้น แต่การตรวจสอบในปีดังกล่าว ไม่มีผู้มาแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่ จึงไม่ได้มีการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ครอบครอง นอกจากแปลงที่มีการแผ้วถางใหม่ 8 ไร่เศษแล้ว ยังพบว่ามีเอกชนเข้าครอบครองพื้นที่บริเวณด้านหน้าหาด ซึ่งอยู่ในพื้นที่อุทยานฯ อีกหลายสิบราย บางรายเข้ามาปลูกสร้างเป็นบังกะโล รีสอร์ต และบ้านพัก โดยอ้างเอกสาร น.ส.3 ก.และจากการตรวจสอบแผนระวางจาก สนง.ที่ดิน จ.กระบี่ พบว่ามีการขอออก น.ส.3 ก. ในปี 2528 หลังประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอุทยานฯ แล้ว ด้านนายปราโมทย์ แก้วนาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากเอกสารสิทธิ์ที่เอกชนถือครอง ถูกออกมาก่อนการตรวจยึดปี 2546 จึงไม่ได้มีการตรวจสอบในขณะนั้น แต่ยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในเขตอุทยานฯ เบื้องต้นทางอุทยานฯได้ทำหนังสือถึงที่ดินจังหวัดกระบี่ ขอให้มีการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ ในพื้นที่ดังกล่าวว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หลังจากนี้ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป