แน่นแฟ้น ไทย-เวียดนาม ร่วมรำลึก 132 ปี วันคล้ายวันเกิดลุงโฮ
นครพนม แน่นแฟ้น ไทย เวียดนาม ร่วมจัดงานรำลึก 132 ปี วันคล้ายวันเกิด อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เชื่อมความสัมพันธ์ จากอดีตสู่ปัจจุบัน หนุนท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หมู่บ้านนาจอก ฐานที่มั่นเคยเป็นที่พำนักของ ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เดินหน้าสร้างความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว เชื่อมการค้าชายแดน ไทย ลาว เวียดนาม
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2565 ที่หมู่บ้านมิตรภาพไทย - เวียดนาม บ้านนาจอก หมู่ 5 ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายฟาน จี๊ ทัญ เอกราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำประเทศไทย และ นายจู ดึ๊ก สุง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดขอนแก่น นายสุทิน พัชระนาคิน นายกสมาคมชาวเวียดนามแห่งประเทศไทย ดร.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เขต 4 พรรคเพื่อไทย ตลอดจนประชาชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ในพื้นที่ จ.นครพนม และ จังหวัดใกล้เคียง รวมถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐเอกชน ร่วมพิธีทำบุญรำลึกวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 132 ปี ลุงโฮ หรือ อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม 2433 และสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย กับเวียดนาม รวมถึงครบรอบ 19 ปี ในการก่อสร้างหมู่บ้านมิตรภาพไทยเวียดนาม ที่บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม จัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2546 ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญเชิงประวัติศาสตร์ ที่ได้ร่วมกันพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ในครั้งนี้มีการร่วมพิธีวางพวงมาลา พร้อมวางช่อดอกไม้แสดงความเคารพรูปหล่อประธานโฮจิมินห์ ณ อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ การมอบทุนการศึกษาแก่ลูกหลานเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และการแสดงศิลปะวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสัมพันธ์ และเล่าถึงความเป็นมาจากอดีตถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ เมื่อปี 2559 ทาง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้สนับสนุนงบประมาณ เป็นเงิน จำนวน 45 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ หรือ ลุงโฮ อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ขึ้น ที่ บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม บนเนื้อที่ ประมาณ 5 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์ ภายในจะมีการจัดสร้างอาคารที่ประดิษฐานรูปเหมือนประธานโฮจิมินห์ อาคาพิพิธภัณฑ์ รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของเส้นทางการต่อสู้กอบกู้เอกราช ของ อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ที่เคยมาพำนักในพื้นที่ บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม จากอดีตถึงปัจจุบัน ในช่วงปี 2471 - 2473 พร้อมมีการก่อสร้างหุ่นขี้ผึ้งจำลองสภาพความเป็นอยู่ วิถีชีวิตของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาเส้นทาง ความเป็นมาของประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย กับเวียดนาม จากอดีตมาถึงปัจจุบัน ซึ่งทุกปีจะได้ร่วมจัดงานรำลึกขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม ทำให้ประเทศไทย รวมถึง จ.นครพนม มีความสัมพันธ์ อันดีกับเวียดนามตลอดมา อีกทั้งยังได้สร้างความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจการ ค้าการ ท่องเที่ยวชายแดน
สำหรับจังหวัดนครพนม ถือเป็นจังหวัดที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเวียดนาม รวมถึงเป็น เส้นทางท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เนื่องจากของ ลุงโฮ หรือ อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เคยเดินทางเข้ามาอยู่ในพื้นที่นครพนม ช่วงปี 2471 -2472 เพื่อหาลู่ทางกอบกู้เอกราช ปลดปล่อยประเทศเวียดนาม ยุคสงครามอินโดจีน โดยพำนักอยู่ที่ บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ทำให้บ้านนาจอกเป็นสถานที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์ของชาวนครพนม และชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม จนกระทั่งจังหวัดนครพนมได้มีการก่อสร้างหมู่บ้านมิตรภาพไทยเวียดนามขึ้น เมื่อปี 2546 ซึ่งปีนี้ครบรอบ 19 ปี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศึกษาวัฒนธรรมและมิตรภาพไทยเวียดนาม ที่มีการรวบรวมประวัติความเป็นมาของลุงโฮ จัดแสดงไว้ได้ศึกษาเยี่ยมชม ทำให้ปัจจุบันบ้านนาจอก เป็นหมู่บ้านประวัติศาสตร์ ที่ยังคงมีการอนุรักษ์ แหล่งประวัติสำคัญที่เชื่อมโยงกับการกอบกู้เอกราชของ อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ อาทิ มีการออกแบบสร้างบ้านจำลอง ในสถานที่จริงที่ อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เคยมาพำนักพักอาศัย ใช้เป็นฐานที่มั่นในการวางแผน ระดมความคิดพี่น้องชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ก่อนกลับไปกอบกู้เอกราช รวมถึงการทำการเกษตรเชิงอนุรักษ์ ของชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ตามแบบวิถีชีวิตความเป็นอยู่ดั้งเดิมในอดีต
ที่สำคัญนับว่า จ.นครพนม ได้มีความผูกพันกับชาวเวียดนามมาแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน จนถือได้ว่า เป็นจังหวัดชายแดนที่มีพี่น้องชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม จำนวนมาก อาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความรักสมัครสมานสามัคคี และมีกิจกรรมสานสัมพันธ์อันดีอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นตัวอย่างที่ดี เนื่องจากนครพนม ถึงแม้จะมีประชาชนอาศัยอยู่หลายชนเผ่า หลายเชื้อชาติ ก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ ส่งส่งผลดีต่อการพัฒนาการค้า เศรษฐกิจการท่องเที่ยว เชื่อมโยงจากไทยไปยัง ลาว เวียดนาม และจีน และจะทำให้จังหวัดนครพนม เป็นเมืองเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ที่สำคัญของภาคอีสาน ส่งผลดีต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ในอนาคต
++++++++