มอบตัวแล้ว น้องปืนดุซัดพี่ชายปางตาย อ้างชนวนเหตุพี่ชายเอาหมูป่ามาใส่ในตู้เย็นก่อน ทั้งที่เคยห้ามแล้ว
วันที่ 4 มี.ค.2564 นายประจวบ ขุนปันหาร ผญบ.ม9 ต.ทุ่งหว้า (ทุ่ง-ว่า) นำตัวนายต่อเหร็บ เบ็ญฤทธิ์ (น้องชายผู้บาดเจ็บ) อายุ 25 ปีพร้อมปืนลูกซองที่ใช้ก่อเหตุยิงใส่พี่ชาย เข้ามอบตัวกับ ตำรวจสภ.ทุ่งหว้า หลังมีหมายจับเมื่อคืนที่ผ่านมา
จากการก่อเหตุยิงพี่ชายตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยคมกระสุนปืนยิงเข้าที่ แขนซ้ายและขมับ ซึ่งขณะนี้อาการปลอดภัยแล้วโดยนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.จังหวัดตรัง
โดยตำรวจได้สอบสวนและสอบถามเรื่องอาวุธปืนอีก 1 กระบอก คาร์บิ้นที่หายไป ซึ่งเป็นของพี่ชายคนเจ็บ โดยมีพยานอ้างว่าผู้ต้องหาพาหลบหนีไปด้วย หลังก่อเหตุ
ด้านพ่อของผู้ต้องหาและเป็นพ่อของผู้บาดเจ็บ บอกว่า ลูกทั้ง2 คนเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้เป็นพ่อมาก แม้พ่อจะแยกทางกับแม่นานแล้ว แต่ความเป็นพ่อยังติดต่อสื่อสารกันตลอด โดยพ่อยอมรับว่า ลูกทั้งสองเป็นพี่คนกลางและน้องคนเล็ก จะถูกพี่คอยว่ากล่าวตักเตือนตลอดด้วยความเป็นห่วง เพราะน้องไม่ได้ทำงานและยังเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวลูกพ่วงอีก 2 คน กลับมองความเป็นห่วงกลายเป็นความขี้บ่น เจ้ากี้เจ้าการในชีวิต เคยชกต่อยกันบ้างแต่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะใช้ปืนยิงกันถึงขนาดนี้
ด้านนายประจวบ ขุนปันหาร ผญบ.ม9 ยอมรับว่า หลังเกิดเหตุชาวบ้านในหมู่บ้านผวาและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ และหลังเกิดเหตุ ได้รับการติดต่อตั้งแต่เมื่อวานนี้ ว่าผู้ต้องหาต้องการมอบตัวตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่เปลี่ยนใจมาเป็นวันนี้แทน ทำให้ขวัญกำลังใจชาวบ้านกลับมา
ด้านพ.ต.อ.อุเทน แก้วจันทอน ผกก.สภ.ทุ่งหว้า ได้สอบปากคำด้วยตนเองโดยผู้ต้องหายอมรับทุกข้อกล่าวหาตามหมายจับในคดีพยามฆ่าและคดีครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย พร้อมยอมรับกับผกก.ว่า พี่ชายนำเนื้อสัตว์มาใส่ในตู้เย็นที่อยู่ในบ้านของตนก่อน แม้ตูุ้นั้นจะเป็นของพี่ชายและของแม่ก็ตาม.
สำหรับพี่น้องคู่นี้มีเรื่องละหองละแหงกันมาตลอด โดยน้องชายเองก็มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษมาได้เพียง3 เดือน โดยยอมรับว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และถามข่าวคราวอาการพี่โดยตลอด
โดยเกิดการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นบนถนนภายในหมู่บ้าน บ้านราวปลา (ทางไปถ้ำปีกนก/น้ำตกวังไผ่ตง) หมู่ที่ 9 ต.ทุ่งหว้า
โดยที่เกิดเหตุพบกองเลือดและปลอกกระสุนปืนคาร์บิ้น จำนวน 1 ปลอก และลูกซองจำนวน 2 ปลอกตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนพบว่าสาเหตุการยิงในครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างพี่กับน้อง โดยผู้ก่อเหตุคือนายต่อเหร็บ เบ็ญฤทธิ์ (น้องชาย) อายุ 25 ปี ใช้ปืนลูกซองยิงใส่นายสะมาแล เบ็ญฤทธิ์ (พี่ชาย) เข้าที่แขนซ้ายและขมับ ในระยะประมาณ 40เมตร
สาเหตุเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ สองพี่น้องคู่นี้มักจะมีปากเสียงบ่อยครั้ง โดยพี่ชายมักจะบ่นและต่อว่าน้องชายที่ทำตัวเหลวไหลเป็นประจำ
ล่าสุดชนวนเหตุ น้องชายอ้างว่า พี่ชายต่างหากที่ พยายามเอาหมูป่ามาใส่ในตู้เย็นของที่บ้าน หลายครั้งเตือนก็ไม่ฟัง ก่อนมีปากเสียงกัน เนื่องจากแม่ตนเป็นคนพุทธได้เข้ามุสลิมแล้ว แม้จะเลิกกันแล้วแต่ก็เป็นมุสลิม อีกอย่างน้องชายอ้างว่ากลัวถูกตำรวจจับเอาของป่ามาใส่ตู้เย็น เป็นคำกล่าวอ้างของน้องชาย
ซึ่งพ่อเองก็ไม่อยากให้พูดถึงประเด็น หมูมาแช่ในตู้เย็นจนเป็นเหตุยิงกัน เพราะจริงๆแล้ว ทั้งสองคนนี้ไม่ค่อยลงลงรอยกันเท่าไหร่ โดยมีเรื่องอื่นมาสอดแทรกยิ่งทำให้เกิดการบันดาลโทษะ
ส่วนทางคดีจะเร่งติดตามหาอาวุธที่หายไปอีกครั้ง