DSI เกาะติดคดีทุจริตโรงงานปาล์มน้ำมันกระบี่ลงพื้นที่ตรวจค้น 5 จุดใน 2 จังหวัด   

ภูมิภาค10 พ.ย. 2565 • 11:26 น.
DSI เกาะติดคดีทุจริตโรงงานปาล์มน้ำมันกระบี่ลงพื้นที่ตรวจค้น 5 จุดใน 2 จังหวัด   

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ธิบดีกรมสอบสวนคดีพิศษ ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ผู้อำนวยการกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำหมายค้นของศาลจังหวัดกระบี่และศาลจังหวัดตรัง เข้าทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 2 จังหวัด รวม 5 จุด ประกอบด้วย พื้นที่จังหวัดกระบี่ 3 จุด และในพื้นที่จังหวัดตรัง อีก 2 จุด  

โดย จุดแรก บ้านเลขที่ 117 หมู่ 2 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ จุดที่ 2  บ้านเลขที่ 5 หมู่ 1 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ บ้านหลังดังกล่าวมีผู้ครอบครองคือบุคคลที่ปรากฎข้อมูลว่าเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงในนามของบริษัท กระบี่วิเศษน้ำมันปาล์ม จำกัด และต่อมาชุมนุมสหกรณ์ฯ ได้ยื่นหนังสือกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมร่วมกับอดีตผู้บริหารชุมนุมสหกรณ์ฯ และเป็นกลุ่มผู้จัดตั้งบริษัทกระบี่วิเศษน้ำมันปาล์ม จำกัด เข้าร่วมกันครอบครองทำประโยชน์ในโรงงานหรือทรัพย์ที่เกิดจากการกระทำ 


 
ส่วน จุดที่ 3 บ้านเลขที่ 19 ถ.จันทร์ทวีกูล ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ มีผู้ครอบครองที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีส่วนร่วมกับการประชุมของคณะกรรมการและมีบทบาทสำคัญ ในการชักจูงให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ ขายโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม สาขาคลองท่อม และยังปรากฎข้อมูลว่าอาจเป็นผู้ยกร่างสัญญาจะซื้อจะขายโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม สาขาคลองท่อม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทกระบี่วิเศษน้ำมันปาล์ม จำกัด ในการเข้าทำสัญญากับชุมนุมสหกรณ์ฯ จุดที่4 บ้านเลขที่ 62 ถ.จริงจิตร ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง จุดที่ 5 บ้านเลขที่ 20/35 ถ.บางรัก ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง บุคคลซึ่งปรากฏข้อมูลว่า ผู้บริหารของชุมนุมสหกรณ์ฯ ที่เป็นผู้ต้องหาในคดี  

ซึ่งพฤติกรรมในเบื้องต้นทราบว่า มีการนำรถส่วนตัวของตนมาเข้าร่วมรับจ้างขนย้ายน้ำมันปาล์มจากชุมนุมสหกรณ์ฯ ในนามของนิติบุคคลขนส่งที่จังหวัดตรัง และยังปรากฎข้อมูลจากพยานบุคคลว่ามีผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารในชุมนุมสหกรณ์ฯบางราย มีการโอนรถยนต์บรรทุกพ่วง มีชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นนิติบุคคลดังกล่าว มาเพื่อเป็นการชำระหนี้ของตนเอง ทางเจ้าหน้าที่ DSI เลงเห็น พฤติการณ์นิติบุคคลและบุคคลที่เกี่ยวข้อง จึงอาจเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน "สนับสนุนผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใดๆ โดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน" และ "ในกรณีที่สหกรณ์กระทำความผิดกรรมการหรือผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้ลงมตีให้สหกรณ์ดำเนินการหรืองดเว้นการดำเนินการ หรือเป็นผู้ดำเนินการหรือรับผิดชอบ 

ในการดำเนินการนั้น ได้กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใดๆ โดยทุจริต" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353 และพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 51/1 มาตรา 51/2 ประกอบมาตรา 133/5ประกอบมาตรา 86 และพฤติการณ์ยังอาจเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน "ร่วมกันฟอกเงิน"ผลการตรวจค้น พบสมุดบัญชีเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลายรายการ ซึ่งกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ได้ดำเนินการยึดอายัดเพื่อนำมาตรวจสอบและจะเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับบุคคล ที่เกี่ยวข้องต่อไป  
 
สำหรับคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่มีผลกระทบก่อให้เกิดความเสียหายต่อสหกรณ์และเกษตรกรชาวสวนปาล์มเป็นวงกว้าง เป็นคดีที่สื่อมวลชนและประชาชนให้ความสนใจ เนื่องจากมีรูปแบบการทุจริตเชิงนโยบายที่มีความชับช้อนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในความผิดเกี่ยวกับการบริหารงานของผู้บริหารสหกรณ์และเกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการปราบปรามการทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งมายังกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กรมสอบสวนคดีพิเศษเลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร หรือทางสายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ