"ชาวบุรีรัมย์"วอนรัฐเพิ่มวงเงินคนละครึ่งเฟส 5 เป็น 1,500 ชี้เป็นยุควิกฤตของแพง 

ภูมิภาค29 ก.ค. 2565 • 12:18 น.
"ชาวบุรีรัมย์"วอนรัฐเพิ่มวงเงินคนละครึ่งเฟส 5 เป็น 1,500 ชี้เป็นยุควิกฤตของแพง 

 

ปชช.ชาวบุรีรัมย์  วอนรัฐบาลเพิ่มวงเงินคนละครึ่งเฟส 5 จากคนละ 800 บาทเป็น 1,500 บาท    ถึงจะสามารถแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับ ปชช.อย่างแท้จริง   ให้สอดคล้องกับยุควิกฤตของแพง  และอยากให้มีโครงการต่อไปเรื่อยๆ  แม่ค้าดีใจเพราะจะช่วยทำให้ยอดขายกระเตื้องขึ้น

 วันนี้     (29 ก.ค.65)  หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 หรือ (คนละครึ่ง เฟส 5)  วงเงินคนละ 800 บาท โดยผู้มีสิทธิ์รายเดิม สามารถยืนยันสิทธิ์ ได้ในวันที่ 19 ส.ค.  และรายใหม่สามารถลงทะเบียนได้ในวันที่ 19 ส.ค.เช่นกัน   จากนั้นจะมีเงินโอนเข้าในแอพเป๋าตังค์    เริ่มใช้สิทธิ์ได้วันที่ 14 ก.ย.2565    ซึ่ง​            จากการสำรวจความเห็นทั้งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์    ต่างเห็นตรงกันว่าโครงการคนละครึ่งเฟส 5  ที่รัฐให้วงเงินคนละ 800 บาทนั้นน้อยเกินไป   ซึ่งไม่สอดคล้องกับภาวะราคาข้าวของที่แพงขึ้นในปัจจุบัน   จึงอยากให้รัฐพิจารณาเพิ่มวงเงินคนละครึ่งจาก  800 บาท เป็น 1,500 บาท    ถึงจะสามารถแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้     

นายกรรณฑิพัฒน์   ศักดิ์ธิสกุล    และ น.ส.ณประภัส   แก้วประจุ   ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์คนละครึ่งรายเดิม   บอกตรงกันว่า   โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ดี เพราะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้    แต่เฟส 5 ที่รัฐให้วงเงินแค่คนละ 800 บาท ถือว่าน้อยเกินไปไม่สอดคล้องกับภาวะราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้นเกือบทุกอย่าง    จึงอยากให้รัฐพิจารณาเพิ่มวงเงินเป็นคนละ 1,500 บาทถึงจะสามารถแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนให้เข้ากับยุควิกฤตข้าวของราคาแพง   และอยากให้รัฐมีโครงการแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ    

ด้าน น.ส.อาริสา   มะพารัมย์   แม่ค้าขายผักในตลาดสด​ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์  บอกว่า  ดีใจที่รัฐมีโครงการคนละครึ่งเฟส 5  เพราะจะทำให้สามารถขายของได้กระเตื้องขึ้นกว่าปกติ  โดยเฉพาะช่วงที่ข้าวของปรับขึ้นราคาเกือบทุกอย่าง    ยอดขายก็ลดลงเกือบเท่าตัวเพราะประชาชนไม่มีกำลังซื้อ   แต่หากมีโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ออกมา  เชื่อว่าจะทำให้ยอดการค้าขายเพิ่มขึ้นจากเดิม   แต่หากเป็นไปได้ก็อยากให้รัฐเพิ่มวงเงินจากคนละ 800 บาท เป็นคนละ 1,500 บาท  เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน  ก็จะส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้ามียอดขายที่กระเตื้องขึ้นจากเดิมด้วยเช่นกัน