เกษตรปทุมฯชูหมากเหลืองพืชเศษฐกิจใหม่เดินหน้าพัฒนาเกษตรเชิงพื้นที่ ยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 มี.ค.63 สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท ร่วมกับจังหวัดปทุมธานี จัดงานแถลงข่าวการขับเคลื่อนและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ ระดับเขตที่ 1 ภายใต้โครงการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารงานส่งเสริมการเกษตร ปีงบประมาณ 2563 ณ แปลงใหญ่หมากเหลือง ตำบลบึงทองหลาง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยมีนายจรูญศักดิ์ สิงหเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานแถลงข่าวร่วมกับ นายสมโชค ณ นคร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท ร่วมด้วย นายสมเดช คงกระพันธุ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี และนายสุขุม ไตลังคะ ผู้นำกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ผักปลอกภัยอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
นายจรูญศักดิ์ สิงหเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีเปิดเผยว่า จังหวัดปทุมธานี มีพื้นที่ 953,660 ไร่ ประชากรจำนวนกว่า 1,163,604 คน แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ มีพื้นที่ทำการเกษตร 333,143 ไร่ เกษตรกร 20,814 ครัวเรือน จังหวัดปทุมธานีมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านใจกลางจังหวัด ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ทำให้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือฝั่งตะวันออก ได้แก่ อ.เมืองปทุมธานี บางส่วน อ.ลำลูกกา อ.หนองเสือ อ.คลองหลวง และอ.ธัญบุรี ฝังตะวันตก ได้แก่ อ.เมืองปทุมธานี บางส่วน อ.ลาดหลุมแก้ว และอ.สามโคก เกษตรกรส่วนใหญ่มีการเพาะปลูกข้าวเป็นหลัก พื้นที่ประมาณ 265,062 ไร่ รองลงมาเป็นพืชสวน เช่น พืชผักชนิดต่าง ๆ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม มะพร้าวอ่อน และไม้ผลอื่น ๆ เนื่องจากทำเลที่ตั้งของ จังหวัดปทุมธานี อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร ทำให้มีการขยายตัวของชุมชนที่อยู่อาศัย และความเจริญอย่างทั่วถึงทั้งจังหวัด อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าส่งสินค้าทางการเกษตรประเภทพืชผักและผลไม้ ขนาดใหญ่ของประเทศ ได้แก่ ตลาดไทย ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดผลไม้เกรดคัดพิเศษ ที่ตลาดไอยรา ทำให้สามารถรองรับ ผลผลิตทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังทำให้ประชากรส่วนหนึ่งยังคงยึดอาชีพทางการเกษตรเป็นหลักและมีศักยภาพในการผลิต พร้อมที่จะรับการพัฒนาและร่วมโครงการที่เป็นประโยชน์ต่ออาชีพที่ทำอยู่
นายสมโชค ณ นคร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (ผอ.สสก.1 จ.ชัยนาท) เผยว่า เมื่อปี 2562 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดทำโครงการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ขึ้น เพื่อพัฒนาการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มเกษตรกร โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมให้เกษตรกรรุ่นใหม่ มีบทบาทในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน และพัฒนารูปแบบการทำงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ให้มีการ บูรณาการ การทำงานซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงระบบการทำงานและโครงสร้างการส่งเสริมการเกษตรให้เกิดผลสำเร็จในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมโดยกำหนดให้ดำเนินการนำร่องจำนวน 6 จุด ในพื้นที่ 6 เขต ทั่วประเทศและใช้กลไกของแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนและ Young Smart Farmer ในการขับเคลื่อนงาน ในส่วนของ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท ได้กำหนดให้แปลงใหญ่ผักปลอดภัย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เป็นจุดนำร่องเมื่อปี 2562 สืบเนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว มีศักยภาพในการผลิตผักปลอดภัย มีตลาดรองรับที่แน่นอน รวมทั้งมีผู้นำกลุ่มเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งสามารถบริหารจัดการด้านการตลาดได้เป็นอย่างดี จึงได้นำมาเป็นจุดต้นแบบในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ ดังกล่าว
จากการดำเนินงานในปี 2562 ที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จไปอีกขั้นซึ่งในปี 2563 จะเป็นการดำเนินการต่อเนื่องในจุดนำร่องและดำเนินการใหม่ใน 9 จังหวัดภาคกลางได้แก่
- จังหวัดชัยนาท แปลงใหญ่ผักสรรพยา ต.โพนางดำตก อ.สรรพยา
- จังหวัดสิงห์บุรี แปลงใหญ่อ้อย ต.ไม้ดัด อ.บางระจัน
- จังหวัดอ่างทอง แปลงใหญ่ไม้มงคล ต.แสวงหา อ.แสวงหา
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แปลงใหญ่ข้าว ต.เทพมงคล อ.บางซ้าย
- จังหวัดนนทบุรี แปลงใหญ่ผัก ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่
- จังหวัดสระบุรี แปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย
- จังหวัดลพบุรี ศพก.ขมิ้นชัน ต.เกาะรัง อ.ชัยบาดาล
- จังหวัดกรุงเทพฯ แปลงใหญ่มะพร้าว แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน
- จังหวัดปทุมธานี แปลงใหญ่หมากเหลือง ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา
นายสมเดช คงกระพันธุ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อได้รับนโยบายจาก กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท แล้วได้ดำเนินการโดย ใช้หลักคิดเชิงพื้นที่ จัดเวทีชุมชน 3 ครั้ง เพื่อให้ทราบบริบทของพื้นที่ และความต้องการของเกษตรกร อย่างแท้จริง เพื่อถ่ายทอดความรู้ ตามความเหมาะสม และความต้องการใน การแก้ไขปัญหา ของพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่นวัสดุอุปกรณ์ให้น้ำ เพื่อเพิ่มผลผลิตซึ่งเดิมจะใช้เรือลาก ไปตามร่องสวน ปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกผักแบบหว่าน เป็นแบบเพาะกล้า เพื่อลดอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ สนับสนุนบรรจุภัณฑ์ที่มีความเหมาะสม รวมถึงการพัฒนาจุดรวบรวมสินค้าให้ มีคุณภาพเป็นต้น
จากการดำเนินงาน ดังกล่าว ทำให้ต้นทุนเมล็ดพันธุ์ลดลง จากเดิมประมาณ 25% ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นจาก 1.2 ตันต่อไร่เป็น 1.5 ตันต่อไร่ ทำให้มีผลผลิตส่งจำหน่ายที่ตลาด อย่างต่อเนื่องและยังสามารถเชื่อมโยงตลาดที่อยู่ใกล้เคียงได้เพิ่มขึ้นนอกจากนี้ยังสร้างอาชีพในชุมชน โดยการเพาะกล้าผักขาย ทำให้คุณภาพของผักที่ปลูกจากการเพาะกล้าแทนการหว่านเมล็ด นั้น มีการเติบโตสม่ำเสมอลดการระบาดของโรคแมลงศัตรูพืชผัก ลดแรงงานในการให้น้ำเนื่องจากปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบการให้น้ำแบบ สปริงเกอร์ ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการผลิตผักให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจในพื้นที่อยู่ใกล้เคียงอีกด้วย
การขับเคลื่อนและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ ตามนโยบายกรมส่งเสริมการเกษตร จะประสบผลสำเร็จและเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องเกษตร ต้องอาศัยความร่วมมือของพี่น้องเกษตรกร อาศัยการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง โดยแนวทางการพัฒนาจะต้องเกิดจากความต้องการของเกษตรกรเป็นหลัก ถ้าทำได้เช่นนี้ ผมเชื่อมั่นว่าทุกจุดดำเนินการของพื้นที่ 9 จังหวัดภาคกลาง ในปี 2563 จะทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ปลูกผักปลอดภัย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ผอ.สสก.1 กล่าว
จากนั้นคณะได้เดินทางเยี่ยมชม แปลงใหญ่หมากเหลือง ในพื้นที่ตำบลบึงทองหลาง
นายสมเดช คงกระพันธุ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี กล่าว่าหมากเหลือง (Yellow palm) เป็นพืชวงศ์ปาล์มตัดใบปลูกใช้ประโยชน์ได้สารพัด ทั้งตบแต่งสวน ประดับอาคาร เป็นพืชอาหาร พืชพลังงาน จนถึงใช้เนื้อไม้เพื่อสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งทุกชนิดนั้นเราสามารถนำมาปลูกเพื่อใช้ประดับตบแต่งสถานที่ได้ทุกโอกาสแต่ต้องดูขนาด รูปทรง และความเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม จึงเป็นที่นิยมสำหรับนักออกแบบจัดสวนทั้งภายในและนอกอาคารตามแนวคิดและความต้องการที่แตกต่างกันออกไป เช่น ใช้กรองฝุ่น ซับเสียง พลางแสง บังแนวสายตา หรือเพื่อตัดใบใช้ประดับก็นับเป็นการเพิ่มมูลค่าได้หลายรูปแบบจากการใช้งาน เนื่องจาก ก้าน ใบ และใบมีสีเหลืองอมเขียวสวยงาม ลำต้นไม่สูงมากนัก มีอายุยืนยาว สามารถปลูก และดูแลง่าย การปลูกหมากเหลืองมีการขยายการเพาะปลูกหมากเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เนื่องมาจากมีตลาดรองรับทำให้เกษตรกรมีแรงจูงใจในการผลิตมีตลาดรองรับชัดเจน เช่น ตลาดไท (โซนไม้ดอกไม้ประดับ) ตลาดไม้ดอกไม้ประดับคลอง 15,ตลาดไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดปราจีนบุรี ตลาดต่างประเทศรองรับเช่นส่งออกไปประเทศจีน และมีแนวโน้มที่จะมีการขยายตัวของตลาดเพิ่มมากขึ้น หมากเหลืองชจึงพืชเศษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถสร้างรายได้อย่างงามให้เกษตรกร