กองทัพภาคที่ 3 แถลงแผนของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยกองพลทหารราบที่ 7

ภูมิภาค25 พ.ย. 2563 • 04:19 น.โดย ฟงหวิน
กองทัพภาคที่ 3 แถลงแผนของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยกองพลทหารราบที่ 7
เมื่อวันที่ 25 พ.ย.63 เวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุมระวังเมือง 1 บก.พล.ร.7 จว.ช.ม. อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พล.ต.จรัส ปัญญาดี ผู้อำนวยการโครงการ การจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 โดยกองพลทหารราบที่ 7 พร้อม พล.ต.สัจนาท ถปะติวงศ์ ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และนายวาทิน ดำรงเลาหพันธ์ ผอ.สพส. ผู้แทน สนง.ปปส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งข้าราชการและทหาร ร่วมประชุมแถลงแผนของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 โดยกองพลทหารราบที่ 7 (ศอ.กพต.ทภ.3 – พล.ร.7) โครงการกำจัดพืชเสพติดกองทัพภาคที่ 3 โดย กองพลทหารราบที่ 7 จัดตั้งศูนย์ ศอ.กพต.ทภ.3 – พล.ร.7 ณ กองบัญชาการ กองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 เพื่อควบคุม อำนวยการและกำกับดูแลการปฏิบัติงานของหน่วยในโครงการระดับพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วยกองพลทหารราบที่ 4, กองพลทหารราบที่ 7, กองพลทหารม้าที่ 1 และ ฝ่ายทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ที่ ปฏิบัติงานตามงานแผนโครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 ประจำปี 2564 โดยได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(สำนักงาน ป.ป.ส.) การดำเนินงานตามแผนงาน โครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 เป็นส่วนงานหนึ่ง ในการป้องกันการแพร่ระบาดของ ยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศชาติอยู่ ในปัจจุบัน โดยได้ดำเนินการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น เพื่อทำให้พื้นที่ ที่มี การลักลอบปลูกฝิ่น และพืชเสพติดชนิดอื่น ๆ ในภาคเหนือ มีปริมาณลดลง และหมดสิ้นไปในที่สุด การควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ประจำปี 2564 เป็นการดำเนินงาน ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองทัพภาคที่ 3, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 และภาค 6, สถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด, กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3, กองบัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 และจังหวัด/อำเภอที่เกี่ยวข้อง (จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, ตาก, กำแพงเพชร, น่าน, พะเยา, ลำปาง และแพร่) โดยได้ร่วมกันกำหนดเป็น แผนการฯ ที่มีความประสานสอดคล้องกัน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ต่อไป ในปีนี้ โครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้หน่วยในโครงการ ระดับพื้นที่ได้แก่กองพลทหารราบที่ 4, กองพลทหารราบที่ 7, กองพลทหารม้าที่ 1 และ ฝ่ายทหาร พรานศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 พิจารณาจัดกำลังพล เข้าดำเนินการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและ การตัดทำลายไร่ฝิ่น ในทุกพื้นที่เป้าหมายให้ได้จำนวนมากที่สุด ซึ่งได้มีการเน้นย้าให้ทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบและพิสูจน์ทราบอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่เป้าหมายที่ได้มีการกำหนดและ แบ่งมอบไว้ให้แล้ว โดยสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สพส.สำนักงานป.ป.ส.)ได้มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย สำหรับการดำเนินงานให้ กองทัพภาคที่ 3 เป็นหน่วยรับผิดชอบเข้าดำเนินการ จำนวนทั้งสิ้น 64 พื้นที่ เป้าหมาย โดยแบ่งความรับผิดชอบให้หน่วยในโครงการ 4 หน่วย ประกอบด้วย กองพลทหารราบที่ 4/ กองกำลังนเรศวร จำนวน 8 พื้นที่ กองพลทหารราบที่ 7 จานวน 23 พื้นที่ กองพลทหารม้าที่ 1/กอง กำลังผาเมือง จำนวน 9 พื้นที่และ และ ฝ่ายทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ที่ปฏิบัติงาน ตามงานแผนโครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 จำนวน 24 พื้นที่ ทั้งนี้จากข้อมูลการสำรวจ และการตัดทาลายไร่ฝิ่นในห้วงที่ผ่านมาคาดว่าพื้นที่ที่มีการลักลอบปลูกฝิ่นในปีนี้จะมีพื่นที่การปลูก ลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากการดำเนินมาตรการป้องกันที่เข้มงวดในช่วงก่อนฤดูการปลูกฝิ่น มาตรการ ปราบปรามกลุ่มนายทุน ผู้สนับสนุนการปลูกฝิ่น รวมถึงการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาทางเลือกในพื้นที่ ปลูกฝิ่นหนาแน่นอย่างต่อเนื่องและความเจริญที่เริ่มเข้าไปในพื้นที่ทุรกันดารมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้าง ถนนและพัฒนาระบบสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตามความต้องการของผู้เสพและราคาฝิ่นดิบในพื้นที่ ยังคงเป็น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปลูกฝิ่นยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในเขต อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน, อ.เชียงดาว, อ.แม่แตง, อ.เวียงแหง, อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และ อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง จ.ตาก อย่างไรก็ตามปัจจัยและเงื่อนไขที่เป็นแรงจูงใจเนื่องจากราคาค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ลักลอบปลูกฝิ่นยังคงมีการลักลอบปลูกอยู่ แม้จะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าดำเนินการตัดทาลายอย่าง เข้มข้น แต่ก็มีวิธีการและแนวทางในการพัฒนาต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจพบของเจ้าหน้าที่ จึงเชื่อได้ว่าสถานการณ์ในเรื่องราคาและความต้องการใช้ฝิ่นเพื่อเสพยังคงเป็นแรงจูงใจในการลักลอบปลูกฝิ่นอยู่รวมทั้งการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบันสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติดได้ตรวจพบพื้นที่ที่มีการลักลอบ ปลูกฝิ่นแล้ว จำนวน 5 พื้นที่ จานวน 179 แปลง 168.89 ไร่ ได้แก่ พื้นที่ท่าสองยาง จ.ตาก จำนวน 98 แปลง 110.56 ไร่ ,พื้นที่ดอยผาแดง 50 แปลง 33.83 ไร่ และพื้นที่ห้วยน้ำเย็น 17 แปลง 14.53 ไร่ ,พื้นที่ดอยนาง -เชียงดาว 13 แปลง 9.17 ไร่ และพื้นที่แปเปอร์นาเกียน 3 แปลง 0.80ไร่ ผลการปฏิบัติใน ปี 2561 พบว่าจำนวนพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นลดลงจากในปี 2560 อาจจะ ประเมินได้ว่ามีสาเหตุมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้ 1) สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยมีฝนตก เป็นห้วงติดต่อกันระยะยาวกว่าปกติ ทำให้ฝิ่น ที่ลักลอบปลูกและหวังเก็บเกี่ยวในเดือน ตุลาคม ถึง เดือนพฤศจิกายน ได้รับความเสียหาย 2) ความร่วมมือจากราษฎรในพื้นที่ อันเนื่องมาจากภาครัฐ ได้เข้มงวดกวดขันกับผู้นำท้องถิ่น และเพิ่มความถี่ในการติดตามเหตุการณ์ในพื้นที่ ตลอดจนการให้ข้อมูลข่าวต่อทางราชการ 3) การดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ มีการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร และร่วมปฏิบัติการ ตัดทำลายไร่ฝิ่นในพื้นที่ ตลอดจนการลาดตระเวนพื้นที่รับผิดชอบของกาลังป้องกันชายแดน ทำให้ผู้ลักลอบปลูกฝิ่นเกิดความหวาดระแวง ไม่กล้าตัดสินใจที่จะลงทุนลักลอบปลูกซ้า 4) ใช้มาตรการบังคับทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องกับเป้าหมายที่มีฐานข่าว 5 ) ดำเนินการในมาตรการเฝ้าระวังและป้องปรามอย่างเข้มงวดจริงจังในพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นหนาแน่น โดยเฉพาะพื้นที่อำเภออมก๋อย อำเภอแม่ แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก 6) ภาครัฐได้เข้าดำเนินการฝึกอบรมและแนะนำการประกอบอาชีพทางการเกษตรให้กับราษฎรในพื้นที่ทำให้ราษฎรมีทางเลือกในการทำการเกษตรและให้ความร่วมมือเพิ่มมากขึ้น สรุปผลการดำเนินการตามแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ประจาปี 2561 พื้นที่เป้าหมายที่รับผิดชอบของ กองทัพภาคที่ 3 จำนวน 65 พื้นที่เป้าหมาย ในปี 2561 ได้ตรวจพบพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นและตัดทาลายไร่ฝิ่น ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่,เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, ตาก และจังหวัดกำแพงเพชร โดยแบ่งได้ตามพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยในโครงการ ระดับพื้นที่ ดังนี้สามารถดำเนินการตัดทำลายในพื้นที่ที่ตรวจพบ รวม 19 พื้นที่เป้าหมาย ดังนี้ พล.ร.4 โครงการกำจัดพืชเสพติด พล.ร.4 ผลการตัดทำลาย ในพื้นที่ เป้าหมาย จำนวน 48 แปลง พื้นที่ 70.18 ไร่, พื้นที่นอกเป้าหมาย 4 แปลง พื้นที่ 2.38 ไร่ รวม 52 แปลง พื้นที่ 72.56 ไร่ พล.ร.7 โครงการกำจัดพืชเสพติด พล.ร.7 ผลการตัดทำลาย ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 195 แปลง พื้นที่ 136.98 ไร่ , พื้นที่นอกเป้าหมาย 4 แปลง พื้นที่ 2.38 ไร่ รวม 199 แปลง พื้นที่ 139.36 ไร่, พล.ม.1 โครงการกำจัดพืชเสพติด พล.ม.1 ผลการตัดทำลายนอกพื้นที่ เป้าหมาย จำนวน 3 แปลง พื้นที่ 1 ไร่, ฝทพ.ศปก.ทภ.3 โครงการกำจัดพืชเสพติด ฝทพ.ศปก.ทภ.3 ผลการตัดทำลาย ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 393 แปลง พื้นที่ 360.11 ไร่, พื้นที่นอกเป้าหมาย 9 แปลง พื้นที่ 3.12 ไร่ รวม 402 แปลง พื้นที่ 363.23 ไร่, รวมผลการตัดทำลายไร่ฝิ่นทั้งในและนอกพื้นที่เป้าหมายและทั้ง4หน่วย ในโครงการฯ จำนวน 656 แปลง เนื้อที่ 576.15 ไร่ จากผลการสำรวจของ สพส.สำนักงาน ป.ป.ส. สำรวจพบ จำนวน 636 แปลง เนื้อที่ 567.27 ไร่ ซึ่งกล่าวโดยสรุป คือ พื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่น ในปี 2560 มีการลักลอบปลูก จำนวน 1,885.02 ไร่ ในปี 2561 จำนวน 576.15 ไร่ ดังนั้น ในปี 2561 พื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นลดลง 1,308.87 ไร่ คิดเป็น 69.44% ของปีที่ผ่านมา.