พยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ - ศปป.4กอ.รมน. บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ บุกยึดสวนยางพารากว่า 480 ไร่

ภูมิภาค7 ส.ค. 2562 • 01:34 น.
พยัคฆ์ไพร  กรมป่าไม้ - ศปป.4กอ.รมน. บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ บุกยึดสวนยางพารากว่า 480 ไร่
พยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ - ศปป.4กอ.รมน. บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ บุกยึดสวนยางพารากว่า 480 ไร่ หลังจากพบข้อมูลว่า มีนายทุนจากนอกพื้นที่เข้ามาบุกรุกในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำวังทองทางขวา ใช้ชาวบ้านรับหน้าสุดท้ายรับสารภาพเป็นเพียงคนดูแลเท่านั้น เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่ภายใต้การอำนวยการของนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้สั่งการให้นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ประสานบูรณาการร่วมกับ พันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4กอ.รมน. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าในพื้นที่ ตำรวจ สภ.วังทอง และ จนท.ฝ่ายปกครองอำเภอวังทอง รวมประมาณ 60 นาย ออกปฏิบัติการตามแผนยุทธการพิทักษ์ป่า ครั้งที่ 2/2562 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก หลังจากตรวจสอบพบข้อมูลว่า มีกลุ่มทุนจากนอกพื้นที่เข้ามาบุกรุกปลูกยางพารา กว่า 480 ไร่ โดยให้ชาวบ้านในพื้นที่ดูแล และ ออกหน้ารับแทน ทั้งนี้ จนท.ได้ดำเนินการตามเป้าหมาย รวม 2 จุด อยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านกลาง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยจุดแรกในพื้นที่บ้านกลาง จากการตรวจสอบพบการบุกรุกปลูกยางพาราอาย ุกว่า 10 ปี ด้านหน้ามีรั้วเสาคอนกรีตล้อมด้วยลวดหนามกั้นอาณาเขตชัดเจน ด้านหลังติดกับแม่น้ำแควน้อย ขณะตรวจสอบมีชาย 1 คน มาแสดงตัวเป็นเจ้าของ แต่จากคำให้การกลับยอมรับว่า เป็นพียงผู้ดูแลสวนยางให้กับนายทุนชาวชุมพร โดยจ้างดูแลและกรีดยางพาราในพื้นที่บริเวณดังกล่าว เมื่อตรวจสอบจากแผนที่ภาพถ่ายพบว่า อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำวังทองทางขวา จึงได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ที่ถูกบุกรุกกว่า 170 ไร่ พร้อมร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา เพื่อเรียกตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนจุดที่ 2 เป้าหมายในพื้นที่บ้านซำต้อง เจ้าหน้าที่ตรวจพบบุกรุกปลูกยางพาราอายุ 8-9 ปี และบางจุดปลูกสับปะรดในพื้นที่บุกรุกใหม่ติดกับป่าธรรมชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำวังทองทางขวา ขณะตรวจสอบพบผู้ดูแล 2 คน ซึ่งได้ให้อ้างว่า เป็นผู้ดูแลสวนยางและสับปะรดให้กับนายทุนจากประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่เดินจับพิกัดพลพื้นที่บุกรุก 309 ไร่เศษเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกการตรวจยึดพื้นที่ นำส่งสถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา เพื่อติดตามตัวกลุ่มนายทุน มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป