พลังประชารัฐเร่งหาเสียง ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องชูนโยบายสนับสนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน
เมื่อวันที่ 7 มี.ค.62 นายปัญญา จีนาคำ พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า แม้อายุจะปาเข้าไปกว่า 70 ปี แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรคในการลงพื้นที่ ตนลงพื้นที่พบปะกับประชาชนมาโดยตลอด และตั้งแต่ลงสมัครรับเลือกตั้งก็ได้นำทีมงานลงพื้นที่ไปทุกตำบล ทุกอำเภอ อาจจะยังไม่ครบทุกหมู่บ้าน แต่ก็จะไปให้ได้มากที่สุด เพราะจังหวัดแม่ฮ่องสอนหมู่บ้านส่วนใหญ่จะอยู่บนดอยสูง แต่ละหมู่บ้านจะอยู่ห่างไกล บางพื้นที่ต้องคลุกฝุ่นเป็นถนนลูกรัง สองข้างทางเป็นเหวต้องระมัดระวังในการเดินทางเป็นอย่างมาก บางหมู่บ้านต้องขับรถไปตามลำห้วย บางครั้งต้องไปค้างคืนกับชาวบ้าน รุ่งเช้าก็ไปอีกหมู่บ้าน บางหมู่บ้านต้องใช้เวลาเดินทางถึง 4 ชั่วโมงก็มี ก็ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีมากพร้อมให้การสนับสนุน
นายปัญญา จีนาคำ ผู้สมัคร สส.เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวต่อไปว่า ในพื้นที่กันดารรถเข้าไปค่อยถึงเราก็ไป สำหรับนโยบายในการหาเสียง ก็เป็นนโยบายของพรรค การสนับสนุนนโยบายรัฐบาล เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชนพ่อใจมาก บางหมู่บ้านได้เกือบ 100 % ที่ชาวบ้านต้องการนอกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว คือเรื่องถนน อยากได้ถนนเข้าหมู่บ้านให้ดีกว่านี้ และก็ให้ช่วยดูแลเศรษฐกิจให้ดีขึ้น รวมทั้งเรื่องแหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน และยังมีนโยบายมารดาประชารัฐ ที่เป็นสวัสดิการให้กับหญิงตั้งครรภ์ โดนใจชาวบ้านมาก
ถึงแม้ว่า การหาเสียงจะมีปัญหาในเรื่องการเดินทางเป็นส่วนใหญ่ เช่น อยู่อำเภอเมือง จะไปพบชาวบ้านในพื้นที่อำเภอสบเมย ต้องเดินทางถึง 3-4 ชั่วโมง เวลาที่เราพูดคุยกับบ้านมีเพียง 30 นาที หรืออย่างมาก 1ชั่วโมง และก็ต้องไปต่ออีกหมู่บ้านหนึ่งที่นัดกับชาวบ้านเอาไว้ เวลาส่วนใหญ่จะอยู่กับการเดินทาง โดยภาพรวมแล้วได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ดีมาก
ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง สส.เข้ามาทุกทีผู้สมัครแต่ละพรรคการเมืองก็ได้กระจายกันลงพื้นที่เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนทั้งในชนบท บนดอยสูง และพื้นราบ กันอย่างคึกคัก การเลือกตั้งครั้งนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน มี 1 เขตเลือกตั้ง มี สส.ได้ 1 คน แต่มีผู้สมัครมากถึง 30 คน 30 พรรคการเมือง ทำให้สนามเลือกตั้งแม่ฮ่องสอนคึกคักไปด้วยผู้สมัครและทีมงาน ซึ่งเป็นพื้นที่ปราบเซียน เนื่องจากการลงพื้นที่ของผู้สมัครแต่ละหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จะหมดไปกับการเดินทาง เพราะแต่ละหมู่บ้านที่ไป จะต้องใช้เวลาเดินทางนาน 3-4 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเก็งของ ผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็น สส.ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มาภายหลัง ใกล้โค้งสุดท้าย คะแนนเริ่มพลิก จากเดิมตัวเต็ง เรียงตามลำดับ ได้แก่ นายสนธยา มานะจิตต์ พรรคภูมิใจใจ หมายเลข 9 , นายสมบัติ ยะสินธุ์ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 15 , นายปัญญา จีนาคำ พรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 12 และนายวิเชียร บุญระชัยสวรรค์ พรรคเพื่อไทย หมายเลข 4
ล่าสุดแนวโน้มผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็น สส.ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีเขตเดียว เบอร์เดียวได้เปลี่ยนเป็น 1. นายวิเชียร บุญระชัยสวรรค์ หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย , 2.นายปัญญา จีนาคำ พรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 12 , นายสมบัติ ยะสินธุ์ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 15 และ นายสนธยา มานะจิตต์ พรรคภูมิใจใจ หมายเลข 9
ล่าสุดจากการลงพื้นที่ของสื่อมวลชน พบว่า กระแสเสียงของประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะชาวเขาเริ่มเปลี่ยน และคนพื้นราบก็เริ่มเห็นพ้องกับคนบนดอย หันมาให้การสนับสนุนผู้สมัครพรรคเพื่อไทย แทนพรรคอื่น ๆ โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะกลุ่มชนเผ่าชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ต่างบอกว่า ยังไม่ลืมที่ทหารเคยไปยึดบ้าน ยึดไม้ที่กำลังสร้างบ้าน รวมไปถึงจับกุมชาวบ้านติดคุกหลายราย ในขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยป่าไม้ที่เข้าปฏิบัติการกับหน่วยทหารยังไม่กล้าทำขนาดนั้น ทำให้ชาวเขาต่างหันมาให้การสนับสนุนพรรคฝ่ายตรงข้ามแทน โดยคนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะชนเผ่า ได้เคยสั่งสอนให้พรรคเพื่อไทยมาแล้ว กรณีการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ.2554 ที่ผ่านมา มีเพียงจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ อีก 7 จังหวัดในภาคเหนือ เลือกพรรคเพื่อไทย ซึ่งมาในครั้งนี้ ข่าวว่า จะมีการปฏิบัติการในรูปแบบเดิมอีก ครั้ง หลังจากมีกระแสปลุกเร้า และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทำกับชาวเขา มาก่อน