ปปช.จับมือ 15 มหาวิทยาลัยชั้นนำภาคอีสาน ป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นอย่างเต็มรูปแบบ
ปปช.จับมือ 15 มหาวิทยาลัยชั้นนำภาคอีสาน ป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นอย่างเต็มรูปแบบ “วิชา” ย้ำชัด สร้างองค์ความรู้ตั้งแต่สถาบันการศึกษา ต่อยอดสู่การกระจายองค์ความรู้ต้านโกงสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 มิ.ย.2560 ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารวิศวะรวมใจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ศ.วิชา มหาคุณประธานคณะกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. เป็นประธานในการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการต่อต้านการทุจริต ครั้งที่ 3/2560 ระหว่างมูลนิธิต่อต้านการทุจริตกับสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา 15 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีคณะผู้บริหาร,คณาจารย์ และนักศึกษา ร่วมในการประกอบพิธีดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง
ศ.วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต กล่าวว่า 15 มหาวิทยาลัยใน 20 จังหวัดภาคอีสาน ที่เข้าร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นต้นแบบในการดำเนินการด้านการทุจริตคอรัปชั่น ที่เริ่มจากสถาบันการศึกษาได้อย่างชัดเจนและยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการสร้างหลักสูตราและการจัดกิจกรรมทั้งในรั้วมหาวิทยาลัยและชุมชนในพื้นที่ต้นแบบ ที่ถือเป็นการทำงานแบบสอดคล้องและเชื่อมโยงกับนโยบายของการจัดทำหมู่บ้านช่อสะอาด ที่ขณะนี้ทั่วทั้งประเทศมีหมู่บ้านช่อสะอาดที่เป็นต้นแบบของการเป็นหมู่บ้านของการปราศจาการทุจริตคอรัปชั่นและเป็นหมู่บ้านต้านโกงแล้วรวม 25 หมี่บ้าน โดยในปี 2562 จะมีหมู่บ้านช่อสะอาดครบทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้นการต่อยอดองค์ความรู้ที่เริ่มจากสถาบันการศึกษา การร่วมกันจัดหลักสูตรเพื่อเชื่อมโยงและสร้างความเข้มแข็งในกลไกของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นเป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดการทำงานได้อย่างยั่งยืน
“การปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเด็กและเยาวชน ในเรื่องของการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการปรับแนวทางการดำเนินงานในประเด็นดังกล่าวต้องเริ่มจากรั้วโรงเรียนและรั้วสถาบันการศึกษา จนกลายเป้นพลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนในเรื่องของการไม่ให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่ 15 มหาวิทยาลัยในภาคอีสานที่ร่วมเป็นคณะทำงานกับ ปปช.และมูลนิธิต่อต้านการทุจริต เป็นการสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต เพราะเราปรับเปลี่ยนฐานความคิดของคนทุกช่วงวัยให้สามารถแยกแยะระหว่างประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ส่วนรวมให้ออกจากกันให้ได้อย่างชัดเจน และทีสำคัญคือการรวมพลังและการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชนและบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนเพื่อต่อต้านการทุจริต โดยมีเป้าหมายเดียวกันในการลดปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่ยังคงทวีความรุนแรงในประเทศไทยให้ลดลงให้ได้”
ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต กล่าวต่ออีกว่า การก่อตั้งมูลนิธิฯในวันที่ 7 ก.ค.จะตครบ 2 ปีของการดำเนินการตามนโยบายต่างๆที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งทุกโครงการมีผลการดำเนินงานที่ดีและมีการต่อยอดไปในหน่วยงาน หรือในระดับท้องถิ่นในสัดส่วนที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นอย่างไรก็ดี มหาวิทยาลัย ทั่วทั้งประเทศที่จะเข้าร่วมโครงการจะเป็นแกนหลักที่สำคัญในการที่จะปลูกจิตสำนึกและส่งเสริมค่านิยมในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต การทีให้เด็กและเยาวชนมีจิตสาธารณะ ไม่ทนต่อการทุจริต และมีส่วนร่วมในการป้องกันการทุจริต โดยปฎิเสธการทุจริตในทุกรูปแบบและที่สำคัญคือการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องตามหลักปรัชฐาเศรษฐกิจพอเพียง และนำแนวปรัชญาดังกล่าวมาเป็นเครื่องมือในการต้านการทุจริตคอรัปชั่น ทั้งหมดก็จะนำไปสู่การสร้างชุมชนและสังคมที่เข้มแข็งและเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต