"พ่อเมืองศรีสะเกษ" ประชุมทางไกลสั่งการ 22 อำเภอแก้ปัญหาเร่งด่วน “โควิด-19 และ ภัยแล้ง”
วันที่ 4 มี.ค.63 ที่ห้องประชุมสระกำแพงใหญ่ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเปิดเผยว่า ช่วง เวลา 08.00 - 09.00 น. ได้เป็นประธานในการประชุมผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกล (Video Conference) 22 อำเภอ โดยมี นพ.วราวุธ ชื่นตา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายบุญประสงศ์ นวลสาย หัวหน้าสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสมศักดิ์ พนากิจสุวรรณ ท้องถิ่นจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ ผู้แทนปลัดจังหวัด ผู้แทนเกษตรจังหวัด ผู้แทนผอ.โครงการชลประทาน รก.ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผู้แทน ผอ.ทสจ. หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดและอำเภอที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอทุกอำเภอ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้เพื่อติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่กำลังเป็นวาระเร่งด่วนเช่น ปัญหาภัยแล้ง ปัญหา โรคโควิด-19 (โคโรน่าไวรัส)ซึ่งต้องเฝ้าระวัง และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ข้อสรุปในที่ประชุมจากการรายงานผลการดำเนินงานของหน่วยงานและอำเภอต่างๆโดย กำหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในประเด็นสถานการณ์ภัยแล้งใน อ.เมืองจันทร์ อ.ไพรบึง อ.อุทุมพรพิสัย อ.กันทรารมย์ อ.ห้วยทับทัน และ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ กำหนดแผนปฏิบัติการให้มีจิตอาสาต้านภัยแล้ง และกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน และระยะยาว รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในทุกอำเภอเพื่อให้เพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค และภาคเกษตรกรรม เรื่องที่ 2. สถานการณ์การเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ในจังหวัดศรีสะเกษ ขณะนี้ ยังไม่พบผู้ป่วยที่สามารถยืนยันได้ แต่ได้กำหนดมาตรการป้องกันจากกลุ่มเสี่ยง รวมถึงผู้ที่เดินทางกลับมาจาก 9 ประเทศที่เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย โดยขอให้แจ้งข้อมูลผู้เดินทางให้ จนท.สาธารณสุขทราบ และให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเฝ้าระวังในพื้นที่ และการรายงานผลเพื่อให้นายอำเภอทราบเพื่อจะได้ติดตามอำนวยการและให้มีการจัดฝึกอบรมทีมวิทยากร ครู ก. ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคโควิด-19 และการจัดทำหน้ากากอนามัย โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น ผู้ปกครองท้องที่ อสม. อปท. เรื่องสุดท้ายสถานการณ์ไฟป่าและปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาในพื้นที่ทำการเกษตร ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูล Hotspot รายงานผ่าน Line ศก.รู้ทันภัย และให้นายอำเภอบริหารจัดการในพื้นที่ให้มีการแก้ไขปัญหาการเผาในภาคการเกษตร และพื้นที่ป่าไม่ให้เกิดความเสียหายต่อไป
นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อว่า เวลา 09.30 ตนพร้อมด้วยนายนพ พงศ์ผลาดิสัย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ นายบุญประสงศ์ นวลสาย หัวหน้าสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศรีสะเกษ ได้เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกล (VCS) โดยมีพลเอก ศิวะ ภระมรทัต ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน และผู้บัญชาการกองกำลังจิตอาสาพระราชทาน เป็นประธานในการประชุม ซึ่งผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ได้เฝ้าติดตามจังหวัดที่มีการประกาศเขตภัยแล้ง และจังหวัดศรีสะเกษเป็นหนึ่งใน 22 จังหวัดที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือภัยแล้งฉุกเฉิน ทางศูนย์ใหญ่ได้เฝ้าติดตามงานในพื้นที่ของศรีสะเกษ โดยมี ปภ.เป็นหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือในการในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษก็ได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เสี่ยงภัยในอำเภอต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีภูเขาและป่าไม้ที่ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย เช่นอำเภอภูสิงห์ อำเภอขุนหาญ อำเภอกันทรลักษ์ ได้เน้นจิตอาสาช่วยกันป้องกันไฟป่าด้วย ได้จัดทำโครงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งป้องกันระยะเร่งด่วนและระยะยาว เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่และดำเนินการตามโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้งของศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน
ด้านนายบุญประสงศ์ นวลสาย หัวหน้าสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศรีสะเกษ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการประกาศว่าบริเวณความกดอากาศสูงจะแผ่มาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีอากาศร้อนจะทำให้เกิดพายุฤดูร้อน ในลักษณะพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตก และฟ้าผ่า ขอแจ้งประชาสัมพันธ์เตือนราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เสี่ยงให้ติดตามข่าวสภาวะอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงในช่วงระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคม 2563 อาจเกิดสถานการณ์อุทกภัยและวาตภัยในพื้นที่ ขอให้ผู้นำชุมชนแจ้งเตือนราษฎรในหมู่บ้านให้ทราบและรายงานสถานการณ์ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดศรีสะเกษทางโทรศัพท์หมายเลข 045-612586 หรือหมายเลขสายด่วน 1784 หรือช่องทาง LINE ศก.รู้ทันภัย
ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ / ศรีสะเกษ